Recent Posts

  • สูตรแกงเหลืองมะละกอกุ้ง

    สูตรแกงเหลืองมะละกอกุ้ง สูตรอาหารใต้ รสเด็ดเผ็ดร้อนโดนใจวัยแซ่บ

    สูตรแกงเหลืองมะละกอกุ้ง ใครอยากกินแกงเหลืองมะละกอกุ้งแบบกุ้งเน้น ๆ ต้องทำเองเท่านั้น ขอแนะนำสูตรจากเฟซบุ๊ก Icook Bykucook สูตรนี้จับกุ้งแม่น้ำตัวโตลงไปต้มกับน้ำพริกแกงใต้และมะละกอ อูย… น่าลอง

    ส่วนผสม แกงเหลืองมะละกอกุ้ง

    • น้ำพริกแกงใต้ 100 กรัม
    • น้ำเปล่า
    • มะละกอดิบ (หั่นเป็นชิ้น) 300 กรัม
    • น้ำมะขามเปียก
    • น้ำตาลทราย
    • กุ้งแม่น้ำ 1-2 ตัว (หรือกุ้งแชบ๊วย)

    วิธีทำแกงเหลืองมะละกอกุ้ง

    • 1. ใส่น้ำพริกแกงใต้และมะละกอลงในหม้อ เติมน้ำเปล่าลงไป (กะพอให้ท่วมมะละกอ) คนให้น้ำพริกละลายแล้วเปิดไฟต้ม

    • 2. ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียกและน้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ

    • 3. พอส่วนผสมเดือดแล้วใส่กุ้งลงไปต้มจนสุก ชิมรสอีกครั้ง ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ

    บาคาร่า

  • สูตรขนมจีนน้ำเงี้ยว

    สูตรขนมจีนน้ำเงี้ยว สูตรอาหารเหนือ ทำง่ายอย่างเซียน รสชาติลำขนาดเจ้า

    สูตรขนมจีนน้ำเงี้ยว เสน่ห์ของอาหารเหนือมีทั้งไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม และข้าวซอย แต่สำหรับคนชอบทานอาหารเส้นห้ามพลาดเมนูขนมจีนน้ำเงี้ยว ในเมืองกรุงหากินยากเหลือเกิน ในเมื่อหายากมากนักมาทำกินเองดีกว่าเนอะ ลองเข้าครัวทำตามสูตรได้เลยค่ะ

    ส่วนผสม น้ำพริกแกงน้ำเงี้ยว

    พริกชี้ฟ้าแห้ง (แช่น้ำจนนิ่ม) 5-10 เม็ด
    หอมแดง 1 หัว
    กระเทียม 1-2 ช้อนโต๊ะ
    ตะไคร้ซอย 1 ต้น
    ข่าแก่ 4-5 แว่น
    รากผักชี 1 ต้น
    ขมิ้นชันสด 1 ชิ้น
    เกลือป่น 1 ช้อนชา
    ถั่วเน่าย่างไฟ หรือกะปิเผา 1 ช้อนชา

    ส่วนผสม ขนมจีนน้ำเงี้ยว

    น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
    เนื้อหมูสับ 200 กรัม
    ซี่โครงอ่อนหมู สับเป็นชิ้นพอดีคำ 300 กรัม
    เต้าเจี้ยวบดละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
    น้ำเปล่า 1 ลิตร
    ดอกงิ้ว 3-4 ดอก
    มะเขือเทศ 300 กรัม
    เลือดหมูหั่นชิ้น 1 ก้อน
    เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ
    ขนมจีน
    กระเทียมเจียว สำหรับโรยหน้า
    ต้นหอมซอย สำหรับโรยหน้า
    ผักชีซอย สำหรับโรยหน้า
    เครื่องเคียง เช่น กะหล่ำปลีซอย ใบกระถิน ผักกาดดองซอย พริกแห้งทอดกรอบ และถั่วงอกดิบ

    วิธีทำขนมจีนน้ำเงี้ยว

    1. เริ่มจากทำน้ำพริกแกง โดยโขลกพริกชี้ฟ้าแห้ง หอมแดง กระเทียม ตะไคร้ซอย ข่าแก่ รากผักชี ขมิ้นชันสด เกลือป่น ถั่วเน่าย่างไฟ หรือกะปิเผาให้เข้ากัน

    2. ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อยลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟพอร้อน ใส่น้ำพริกแกงลงผัดจนหอม จากนั้นใส่หมูสับลงผัดจนสุก ตามด้วยซี่โครงอ่อนหมู และเต้าเจี้ยว ผัดจนเข้ากันดีและเนื้อหมูสุก

    3. ใส่น้ำเปล่าลงไป ลดไฟอ่อน เคี่ยวจนเดือดและมีกลิ่นหอม จากนั้นใส่ดอกงิ้ว และมะเขือเทศ ปรุงรสด้วยเกลือป่น ชิมรสตามชอบ ต้มต่อจนเดือดทั่วดีและซี่โครงหมูเริ่มเปื่อย ใส่เลือดหมูลงต้มจนสุก ปิดไฟ เตรียมไว้

    4. ใส่ขนมจีนลงในชาม ตักน้ำเงี้ยวใส่ โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว ต้นหอมซอย และผักชีซอย รับประทานคู่กับเครื่องเคียง  บาคาร่า

  • สูตรข้าวยำ

    สูตรข้าวยำ สูตรอาหารใต้ รสเด็ดเผ็ดร้อนโดนใจวัยแซ่บ

    สูตรข้าวยำ น้อยคนนักจะรู้จักเมนูข้าวยำที่เต็มไปด้วยผักและ สมุนไพรเพื่อสุขภาพมากมาย ราดน้ำบูดูลงไปคลุกให้เข้ากัน สูตรจาก คุณ pongsj สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม อยากรู้ว่าเด็ดแค่ไหนต้องพิสูจน์ค่ะ

    ส่วนผสมข้าวยำ

    • กุ้งแห้งป่น
    • เส้นหมี่ขาว
    • ซีอิ๊วดำ
    • ข้าวตังทอด
    • มะพร้าวคั่ว
    • มะนาว หรือ มะม่วงเปรี้ยว
    • พริกป่น
    • น้ำข้าวยำสำเร็จรูป (ตุ๊ดขี้เกียจทำเลยซื้อแบบสำเร็จ ส่วนมากจะใช้น้ำข้าวยำร้านสินอดุลยพันธ์จากสงขลา แต่ร้านข้าวยำทางเลือกตลาดหลังการบินไทยก็ใช้ได้อยู่นะฮะ)
    • ข้าวสวยหุงสุกเม็ดเรียงสวย
    • ผักต่าง ๆ เช่น ถั่วฝักยาวซอย, ถั่วพูซอย, ตะไคร้ซอย, ใบมะกรูดซอย, ใบบัวบกซอย, ใบชะพลูซอย, ถั่วงอกเด็ดหาง, ส้มโอแกะเป็นกลีบดอกไม้พวงชมพู หรือ ดอกดาหลา หรือ ดอกชมพู่มะเหมี่ยว, แตงกวาหั่นแว่น

    วิธีทำข้าวยำ

    • 1. นำกุ้งแห้งมาตำให้ละเอียดและฟู (หรือใส่เครื่องปั่นพอหยาบ ๆ)

    • 2. นำเส้นหมี่ขาวไปผัด ใส่ซีอิ๊วดำหวานลงไป ปรุงรสแค่พอเค็ม ๆ หวาน ๆ ผัดให้มันเส้นไม่ติดกันก็พอ

    • 3. บิข้าวตังทอดเป็นเศษ ๆ ไว้

    • 4. คั่วมะพร้าวด้วยไฟอ่อน ๆ ให้มีสีเหลืองทอง (หมั่นดูและคนบ่อย ๆ นะฮะ มันไหม้ง่าย)

    • 5. ตักข้าวใส่จาน (ปริมาณไม่ต้องเยอะ สักทัพพีน้อย ๆ ก็พอ) หยิบผักอย่างละนิดละหน่อยเรียงให้พอดี จากนั้นโรยกุ้งแห้ง เส้นหมี่ ใส่มะพร้าวคั่ว (ตุ๊ดชอบใส่เยอะ ๆ รสนัวดี) น้ำข้าวยำสัก 2-3 ช้อน ชิมรสตามชอบ ถ้ารสอ่อนก็ค่อยเติม บีบมะนาว โรยพริกป่น คลุกให้ทั่ว   บาคาร่า

  • สูตรลาบหมู

    สูตรลาบหมู สูตรอาหารอีสาน รสเด็ดแซ่บนัว

    สูตรลาบหมู ในเมื่อมีเมนูส้มตำแบบเบา ๆ แล้วก็มาเติมเต็มความอิ่มกันด้วยเมนูลาบหมูสักหน่อย อีกหนึ่งเมนูที่จะขาดไปไม่ได้เลยกับเสน่ห์กลิ่นข้าวคั่วหอม ๆ เคล้ากับเนื้อหมูรวนสุก โรยใบสะระแหน่ จกกับข้าวเหนียว หรือข้าวสวยร้อน ๆ อร่อยนักแล ยิ่งในสมัยนี้ทำกินเองง่ายมาก ๆ เพราะมีผงปรุงลาบ-น้ำตกวางขายกันให้เกลื่อน !

    สิ่งที่ต้องเตรียม

    • เนื้อหมูสับ 200 กรัม
    • หอมแดงซอย 1 หัว
    • ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
    • ใบสะระแหน่ สำหรับโรยหน้า
    • น้ำปลา น้ำตาลทราย และน้ำมะนาว สำหรับปรุงรส
    • พริกป่น ปริมาณตามชอบ
    • ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำลาบหมู

    1. ใส่น้ำลงในหม้อเล็กน้อย นำขึ้นตั้งไฟแรงจนเดือด ใส่เนื้อหมูสับลงไปรวนจนสุก ยกลงจากเตา
    2. ใส่หอมแดง ต้นหอมซอย และใบสะระแหน่ลงในหม้อ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลทราย และพริกป่น คนผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ เติมข้าวคั่ว จากนั้นเคล้าผสมให้เข้ากันอีกครั้ง ตักใส่จาน โรยใบสะระแหน่ พร้อมเสิร์ฟ  บาคาร่า

  • สูตรปลาแดดเดียวทอด

    สูตรปลาแดดเดียวทอด เมนูปลาทอดหอมอร่อยสด ๆ จากทะเล

    สูตรปลาแดดเดียวทอด หมูแดดเดียวเหนียว ๆ เคี้ยวไม่ค่อยจะออก เปลี่ยนแนวมาลองทำปลาแดดเดียวทอดกรอบ ๆ กินกับข้าวสวยร้อน ๆ อร่อยฟินย่อยง่ายน่าลองทำ

    เมนูแดดเดียว ใคร ๆ ก็ชอบกิน แต่สูตรทำหมูแดดเดียว เนื้อแดดเดียวก็มีเยอะแล้ว กระปุกดอทคอมเลยอยากชวนเพื่อน ๆ มาทำปลาแดดเดียวทอดกรอบกัน สูตรจาก คุณมอแกนน้อย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอมใช้ปลาริวกิวสด ๆ ส่งตรงจากทะเลใต้ มาพร้อมเคล็ดลับเด็ด ตั้งแต่วิธีหมักปลาแดดเดียว วิธีทําปลาตากแห้ง ไปจนถึงวิธีทอดปลาแดดเดียวให้อร่อย ทอดเหลือง ๆ กรอบ ๆ เนื้อข้างในนุ่มฉ่ำ เห็นแล้วน้ำลายไหลเลยทีเดียว
    “ตะโกน้อย” ชวยฝอย อร่อยกับปลาริวกิว โดย คุณมอแกนน้อย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

    2-3 วันที่ผ่านมา ลมยังคงจัด แม้จะมีแดดจ้าทั้งวัน ลมพัดเข้าหาฝั่งตลอดทั้งวันทั้งคืน ลมเช่นนี้ชาวบ้านเรียก “ลมว่าว” ท้องทะเลอ่าวไทย เงียบเหงา เมื่อเริ่มเข้าฤดูปิดอ่าว แต่ทางฝั่งสตูล ท้องทะเลอันดามันยังคงพอมีปลามีกุ้งมีหอยให้ชาวประมงได้จับ เรือลอบปลาเข้าท่าเทียบปากบารา ขนปลาม่อหยองมาหลายร้อยกิโลฯ

    ปลาม่อหยอง เป็นชื่อเรียกในภาษาใต้ ส่วนภาคกลางจะเรียกปลาชนิดนี้ว่า ปลาริวกิว เรียวเซียว ลู่ทู ทูกัง มะยง จัดอยู่ในตระกูล Catfish หรือ ปลากดทะเล ยามที่ตัวเล็ก ๆ ชาวประมงเรียก ทูกัง นิยมนำมาตากแห้งทำเค็ม หรือแกงเทโพอร่อยเด็ด ตัวใหญ่ขึ้นมามีหลายขนาด ขนาดใหญ่มาก ๆ ตัวนึงก็เกือบ 10 กิโลฯ ปลาพวกนี้จะอยู่รวมฝูงกัน ออกหากินช่วงที่น้ำขึ้นไหลเชี่ยว และกินทุกอย่างที่ขวางหน้า เคยใช้ปีกไก่เกี่ยวเบ็ดลงไป ปลาชนิดนี้ก็กิน

    เรือลอบได้ปลามาหลายร้อยกิโลฯ คาดว่าคงเข้าลอบทั้งฝูง เลือกปลาริวกิวตัวขนาด 5 กิโลฯ ไว้ตัวนึง ความสดใช้ได้ ถึงจะไม่สดจัดเหมือนปลาแถวบ้าน แต่ก็ต้องเอามา เพราะเห็นว่าแดดดี แถมพ่วงปลาจวดอวนเรือเล็กสดจัดอีกกะละมัง

    ตะโกน้อย ทำหน้าแหยง ๆ แบบนี้รึป่าว ที่เค้าเรียก “หน้าปลาจวด”

    วิธีเตรียมปลา

    • ปลาริวกิว จะมีความคาวที่เมือกบนลำตัวและเหงือก ต้องล้างด้วยน้ำเกลือ หรือน้ำซาวข้าว จากนั้นแล่ปลาออกเป็นชิ้นเนื้อแบบฟิเล 2 แผ่น
    • ส่วนหัวและเนื้อติดกระดูกจับไปทำแกงส้ม
    • เนื้อปลาเป็นที่แล่เป็นแผ่นแล้ว นำมาบั้งเป็นริ้วให้เป็นเส้น ๆ จากนั้นนำไปแช่น้ำเกลือ 1 ชั่วโมง
    • นำปลาไปตากแบบแดดเดียว ราว ๆ 4 ชั่วโมง อย่าตากมากกว่านั้นเพราะหนังปลาจะเหนียว เนื้อก็จะแข็ง โดยตาก 2 ชั่วโมง พลิกกลับอีกด้าน ตากต่ออีก 2 ชั่วโมง จะนำไปทอดทั้งเส้น หรือตัดเป็นชิ้นแล้วทอด ตามสะดวก
    • ทอดปลาพอผิวเหลือง หนังจะกรอบพอดี  บาคาร่า

  • ประโยชน์ของกล้วย ช่วยเรื่องสุขภาพ มีสรรพคุณมากกว่าที่คิด

    ประโยชน์ของกล้วย ที่สรรพคุณไม่ใช่เรื่องกล้วย ๆ อย่างที่คิด และหากอยากสวยแถมได้สุขภาพดี งานนี้ต้องกินกล้วยจะช่วยได้

    กล้วย เป็นผลไม้ที่ต่างรู้กันดีว่ามีประโยชน์กับร่างกาย แต่เชื่อไหมคะว่า จริง ๆ แล้วประโยชน์ของกล้วยอาจมากกว่าที่เราเคยรู้กันมา และกล้วยยังช่วยได้ทั้งเรื่องสุขภาพ และความสวยความงามเลยทีเดียว เอาล่ะ ! ถ้าอย่างนั้นอย่ารอช้า มาดูประโยชน์ที่น่าทึ่งของกล้วยกันดีกว่า

    1. ช่วยรักษาไมเกรนได้

    อาการปวดหัวไมเกรนเป็นความทรมานสำหรับผู้ป่วยโรคนี้มาก และหากอาการปวดหัวไมเกรนมาเยือนคุณบ่อย ๆ แนะนำให้กินกล้วยไว้คอยช่วยลดอาการปวดหัวได้เลยค่ะ เนื่องจากกล้วยอุดมไปด้วยแมกนีเซียม ที่จะช่วยบรรเทาและป้องกันอาการปวดหัวไมเกรนได้

    2. นอนหลับสบาย แค่กินกล้วย

    กล้วยยังอุดมไปด้วยกรดอะมิโนและทริปโตเฟน สารประกอบสำคัญของการสร้างเซโรโทนินในสมอง ซึ่งเปรียบเสมือนยาระงับประสาทแบบธรรมชาติ ดังนั้นคนที่นอนหลับยากหรือนอนหลับด้วยความกระสับกระส่ายมาตลอด อยากท้าให้ลองกินกล้วยหลังมื้อเย็นดูสักตั้ง

    3. ช่วยเพิ่มพลังกาย

    วิตามินซีมีส่วนสำคัญต่อกระบวนการผลิตพลังงานของร่างกาย และกล้วยเองก็มีวิตามินซีอยู่สูงมาก จึงเป็นคำตอบว่าทำไมกินกล้วยก่อนออกกำลังกายจะช่วยให้อึดมากขึ้น หรือใครรู้สึกอ่อนแรงพอกินกล้วยเข้าไปก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นง่าย ๆ

    4. ลดความเครียดก็ได้

    เมื่อเรารู้สึกเครียดขึ้นมา ความดันเลือดจะพุ่งขึ้นสูงกว่าปกติ ซึ่งกระบวนการก่อความรู้สึกเครียดหรือวิตกกังวลตรงนี้ โพแทสเซียมที่มีอยู่ในกล้วยจะช่วยบรรเทาให้ความดันเลือดกลับเข้าสู่ภาวะสงบได้ ในทางโภชนาการจึงนับว่ากล้วยเป็นยาระงับประสาทแบบธรรมชาติได้อีกทางหนึ่ง

    5. กินกล้วยลดความอ้วนได้ดีขึ้น

    กล้วยมีวิตามิน B1 และ B2 คอยช่วยเร่งการเผาผลาญน้ำตาลและไขมัน อีกทั้งยังมีคาร์โบไฮเดรตชนิดดีต่อร่างกาย มีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ ดังนั้นเมื่อกล้วยตกเข้าไปในระบบย่อยอาหารจึงดูดซับน้ำ พองตัวและช่วยทำให้ท้องรู้สึกอิ่มได้นานขึ้น แถมหากกินกล้วยในตอนเช้ายังช่วยลดความอยากของหวาน ๆ ได้อีกด้วย เพราะความหวานของกล้วยจะเข้าไปเติมเต็มอาการอยากของหวานชนิดต่าง ๆ ที่สำคัญความหวานของกล้วยยังปราศจากแคลอรีอีกด้วยนะคะ

    6. บำรุงหัวใจ

    โพแทสเซียมเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจ บำรุงหัวใจให้แข็งแรงไม่เสี่ยงต่อโรคหัวใจ และอย่างที่บอกสรรพคุณของกล้วยไปในเบื้องต้นว่ากล้วยมีโพแทสเซียมสูงมาก แถมมีโซเดียมน้อย ดังนั้นกล้วยจึงเป็นผลไม้บำรุงหัวใจ และบำรุงระบบหัวใจและหลอดเลือดที่มีประสิทธิภาพค่อนข้างสูง

    7. บำรุงสายตา

    วิตามิน A บวกกับเบต้าแคโรทีน และอัลฟา-แคโรทีนที่มีอยู่ในกล้วย จะช่วยบำรุงสายตาและการมองเห็นได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะป้องกันอาการตาพร่ามัว อาการมองเห็นไม่ชัดเจน เพราะกล้วยจะช่วยบำรุงการทำงานของระบบประสาทตานั่นเองค่ะ

    8. บำรุงกระดูก

    แม้กล้วยจะเป็นผลไม้ที่ไม่มีแคลเซียมเลย แต่ฟรุกโตโอลิโกแซกคาไรด์ (Fructooligosaccharides (FOS)) คาร์โบไฮเดรตที่มีคุณสมบัติเหมือนไฟเบอร์ละลายน้ำได้ตัวนี้ในกล้วย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบขับถ่าย และส่งเสริมให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมจากอาหารที่กินได้มากขึ้น ทำให้ร่างกายได้รับแคลเซียมไปบำรุงกระดูกเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

    9. แก้เมาค้างได้ชะงัด

    จากผลการศึกษาพบว่า ถ้าคุณมีสติพอจะกินกล้วยก่อนเมาหลับสักนิด อาการปวดหัวเพราะเมาค้างอาจไม่เกิดขึ้นกับร่างกายคุณเลยก็ได้ เนื่องจากแร่ธาตุและสารอาหารในกล้วยจะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวได้ แต่ทั้งนี้หากดื่มหนักจนไม่รู้เรื่อง และตื่นเช้าขึ้นมากับอาการเมาค้างอย่างหนัก เคสนี้แนะนำให้ทำสมูทตี้กล้วย ดื่มแก้เมาค้างดีกว่า

    10. แก้อาการท้องผูก

    สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่ายและลำไส้ ปัญหานี้แก้ได้ง่าย ๆ ด้วยการกินกล้วยเป็นประจำค่ะ เนื่องจากกล้วยมีทั้งโพรไบโอติกส์ที่ช่วยผลิตแบคทีเรียชนิดดีต่อลำไส้ และกำจัดแบคทีเรียตัวร้ายต่อลำไส้ออกไป อีกทั้งในกล้วยยังมีฟรุกโตโอลิโกแซกคาไรด์ (Fructooligosaccharides (FOS)) ไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำที่จะช่วยให้ระบบขับถ่ายคล่องตัวขึ้นมาก   บาคาร่า

    นอกจากประโยชน์ของกล้วยกับสุขภาพแล้ว ใครอยากสวยมากไปกว่าที่เป็นอยู่ก็ให้กล้วยช่วยได้นะคะ โดยการนำกล้วยผสมน้ำผึ้งแท้มามาสก์หน้า หรือจะหมักผมด้วยกล้วยก็จะทำให้ผมเงางาม ดูมีน้ำหนักขึ้นด้วย…

  • สูตรพะแนงหมู

    สูตรพะแนงหมู หอมกลิ่นเครื่องแกงตำรับไทย ๆ

    สูตรพะแนงหมู หอมกลิ่นเครื่องแกงตำรับไทย ๆ

    สูตรพะแนงหมู เที่ยงนี้ถ้าคุณอยู่บ้านแล้วไม่รู้ว่าจะทำเมนูรับประทานอะไรดี เราขอแนะนำแกงแบบไทย ๆ หอมเครื่องแกงและกะทิกับเมนูแกงพะแนง ไม่ว่าจะเป็นพะแนงหมู เนื้อ ไก่ก็อร่อย หอมเครื่องแกงผัดผสมกับกะทิจนได้รสชาติกลมกล่อม เผ็ดกำลังดี รับประทานกับข้าวสวยร้อน ๆ อร่อยรับมื้อเที่ยงได้อิ่มท้องดีจริงเชียว

    สิ่งที่ต้องเตรียม

    น้ำมันพืชสำหรับผัด

    น้ำพริกแกงพะแนง 2 ช้อนโต๊ะ

    กะทิ 1 ถ้วย

    เนื้อหมูหั่นเป็นชิ้นบาง 300 กรัม

    ใบมะกรูดฉีกก้านกลาง 3 ใบ

    น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

    น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ

    ใบโหระพา 50 กรัม

    ใบมะกรูดซอย สำหรับแต่ง

    พริกชี้ฟ้าแดงซอย สำหรับแต่ง

    วิธีทำ

    1. ใส่น้ำมันลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน ใส่น้ำพริกแกงพะแนงลงผัดจนหอม เติมกะทิลงผัดจนหอม และแตกมัน

    2. ใส่เนื้อหมูและใบมะกรูดลงผัด ปรุงรสด้วยน้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ ผัดผสมจนเนื้อหมูสุก และน้ำเริ่มข้น ใส่ใบโหระพาลงผัด ยกลงจากเตา ตักใส่จาน โรยด้วยใบมะกรูดซอย และพริกชี้ฟ้าแดงซอย พร้อมรับประทาน

    เสน่ห์แกงไทยอย่างพะแนงหอมกลมกล่อมจะรับประทานมื้อไหนก็อร่อย ลองทำกันดูนะคะ   บาคาร่า

  • สูตรตำขนุนแซ่บๆ

    สูตรตำขนุนแซ่บๆ สูตรอาหารเหนือ ทำง่ายอย่างเซียน รสชาติลำขนาดเจ้า

    สูตรตำขนุนแซ่บๆ สูตรอาหารเหนือ

    สูตรตำขนุนแซ่บๆ แกงอ่อมหมูก็ว่าเด็ดแล้วถ้าได้มาเจอเมนูตำขนุนก็เด็ดไม่แพ้กัน เราขอนำเสนอสูตรตำขนุนจากคุณ isolateboy สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ทำง่าย ๆ จับเอาขนุนดิบไปต้มเสร็จแล้วเอาไปโขลกกับเครื่องแกงรสเผ็ด ยังไม่เสร็จนะคะต้องไปเอาผัดกับหมูสามชั้นด้วยค่ะ ใครที่ไม่เคยกินอยากให้ลองค่ะแล้วจะติดใจ

    ส่วนผสม ตำขนุน

    พริกแห้ง
    กระเทียม
    ข่า
    ตะไคร้ซอย
    รากผักชี (ถ้ามี)
    หอมแดง
    ปลาร้าสับละเอียด
    ขนุนดิบต้ม (พักไว้จนเย็น)
    มะเขือเทศ
    น้ำมันพืช
    หมูสามชั้น
    ใบมะกรูดหั่นฝอย

    วิธีทำตำขนุน

    1. โขลกพริกแห้ง กระเทียม ข่า ตะไคร้ รากผักชี และหอมแดงเข้าด้วยกันแล้วใส่ปลาร้าสับละเอียดลงไป โขลกให้เข้ากันอีกครั้ง
    2. ตักเครื่องพริกแกงออกจากครกก่อนแล้วค่อยใส่ขนุนดิบต้มลงไปโขลก โดยตักเครื่องพริกแกงที่แบ่งไว้ใส่ลงไปสัก 1 ช้อน โขลกให้เข้ากัน
    3. ใส่มะเขือเทศลงไปในครก ค่อย ๆ บด อย่าตำนะครับ เพราะน้ำจากมะเขือเทศจะกระเด็น พักไว้
    4. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชลงไป ใส่พริกแกงที่แบ่งไว้ลงไปผัดให้หอม
    5. ใส่หมูสามชั้นลงไป ใส่ขนุนที่โขลกผสมพริกลงไปผัดให้หอม
    6. สุดท้ายโรยใบมะกรูดหั่นฝอยลงไปคนให้เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟ

    บาคาร่า

  • สูตรส้มตำข้าวโพดกุ้งสด

    สูตรส้มตำข้าวโพดกุ้งสด สูตรอาหารอีสาน รสเด็ดแซ่บนัว

    สูตรส้มตำข้าวโพดกุ้งสด สูตรอาหารอีสาน

    สูตรส้มตำข้าวโพดกุ้งสด เปิดประเดิมอาหารอีสานด้วยเมนูส้มตำกันก่อนเลยดีกว่า เพราะนึกถึงอาหารอีสานทีไรก็ต้องส้มตำเป็นอันดับแรก แต่จานนี้ขอเสิร์ฟเป็นส้มตำไทยไข่เค็ม เผื่อว่าคนที่ไม่กินปลาร้า หรือไม่กินปู ก็สามารถแซ่บนัวไปด้วยกันได้

    หมายเหตุ : ส้มตำไทยใส่ไข่เค็ม (1 ฟอง) 1 จาน ให้พลังงานโดยประมาณ 130 กิโลแคลอรี

    ส่วนผสม ส้มตำไข่เค็ม

    • กระเทียมกลีบเล็ก 3-5 กลีบ
    • พริกขี้หนู ปริมาณตามชอบ
    • ถั่วฝักยาว 1 ฝัก
    • กุ้งแห้งอย่างดี 1 ช้อนโต๊ะ
    • มะเขือเทศสีดา 2 ลูก
    • น้ำปลา (ปรุงรส)
    • น้ำตาลปี๊บ (ปรุงรส)
    • น้ำมะขามเปียก (ปรุงรส)
    • น้ำมะนาว (ปรุงรส)
    • มะละกอสับ
    • แครอตสับ
    • ไข่เค็มผ่าครึ่ง 1 ฟอง
    • ถั่วลิสงคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำ ส้มตำไข่เค็ม

    1. โขลกกระเทียม และพริกขี้หนูเข้าด้วยกันพอหยาบ หักถั่วฝักยาวใส่ลงไป ตามด้วยมะเขือเทศหั่นเป็นชิ้น ๆ และกุ้งแห้งลงไปโขลกเบา ๆ พอให้เข้ากัน
    2. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก และน้ำมะนาว โขลกให้น้ำตาลปี๊บละลาย ชิมรสตามชอบ
    3. สุดท้ายใส่มะละกอ และแครอตลงไปตำผสมเบา ๆ ให้เข้ากัน ใส่ไข่เค็มลงไป ใช้ทัพพีเคล้าผสมเบา ๆ ชิมรสอีกครั้ง ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ   บาคาร่า

  • สูตรผัดสะตอ

    สูตรผัดสะตอ สูตรอาหารใต้ รสเด็ดเผ็ดร้อนโดนใจวัยแซ่บ

    สูตรผัดสะตอ สูตรอาหารใต้

    สูตรผัดสะตอ ถ้าผัดสะตอทั่วไปรสชาติเผ็ดแซ่บเกินไปสำหรับคนไม่ชอบอาหารรสจัด ลองเปลี่ยนมาทำเมนูผัดสะตอ 3 รส สูตรจาก คุณสมาชิกหมายเลข 2228164 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ได้นะคะ อร่อยเหมือนกันเลย

    ส่วนผสม ผัดสะตอสามรส

    • น้ำพริกแกง
    • เนื้อไก่
    • น้ำเปล่า
    • กุ้ง
    • น้ำตาลปี๊บ
    • น้ำปลา
    • น้ำมะขามเปียก
    • สะตอ
    • พริกหนุ่ม หรือพริกหยวกหั่น
    • หอมใหญ่ (หั่นเต๋า)
    • น้ำมันพืช (สำหรับผัด)

    ส่วนผสม น้ำพริกแกง

    • พริกแห้งเม็ดใหญ่ (แกะเม็ดออกแช่น้ำให้นุ่ม)
    • หอมแดง
    • กระเทียม
    • กะปิ
    • เกลือ

    วิธีทำน้ำพริกแกง

    • 1. นำส่วนผสมน้ำพริกแกงทั้งหมดมาโขลกหรือปั่นให้ละเอียด เตรียมไว้

    วิธีทำผัดสะตอ

    • 1. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืชลงไป พอร้อนใส่น้ำพริกแกงลงไปผัดให้หอม

    • 2. ใส่เนื้อไก่ลงไปผัดให้เข้ากัน เติมน้ำลงไปเล็กน้อย จากนั้นใส่กุ้งลงไปผัด

    • 3. ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และน้ำมะขามเปียกตามชอบ ชิมรสให้เป็นสามรส

    • 4. ใส่สะตอลงไปผัด พอสะตอใกล้จะสุก ใส่พริกหนุ่มและหอมใหญ่ลงไปผัดประมาณ 2 นาที ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ

    บาคาร่า