This Theme Supports a Custom FrontPage

อาการปวดหลัง แสดงว่าเส้นประสาทถูกทำลาย ต้องพบแพทย์

อาการปวดหลัง แสดงว่าเส้นประสาทถูกทำลาย ต้องพบแพทย์

อาการปวดหลัง เป็นอาการหนึ่งที่เป็นกันบ่อยๆ ประมาณ 4/5ของผู้ใหญ่จะเกิดอาการปวดหลัง ซึ่งอาจจะมากบ้างน้อยบ้างขึ้นกับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และการดูแลตัวเอง

อาการปวดหลัง ร้อยละ50จะหายภายใน 2 สัปดาห์ ร้อยละ90 จะหายภายใน 3 เดือน จะพบผู้ป่วยร้อยละ 5-10ที่จะเป็นโรคปวดเรื้อรัง การที่มีอาการปวดหลังไม่ได้หมายความว่าจะมีการทำลายเนื้อเยื่อของร่างกาย การปวดหลังเป็นเพียงเกิดการอักเสบขึ้นที่โครงสร้างของหลัง

อาการที่สำคัญที่แสดงว่าเส้นประสาทถูกทำลายและต้องพบแพทย์โดยด่วนได้แก่

  • กลั้นปัสสาวะหรืออุจาระไม่อยู่
  • อ่อนแรงของขา

บทความนี้จะกล่าวถึงกลไกการเกิดโรคปวดหลัง การป้องกัน การรักษา

อาการปวดหลัง

ส่วนประกอบของหลังของเรา

หลังของเรามิได้ประกอบด้วยกระดูกชิ้นเดียวแต่ประกอบไปด้วยกระดูกสันหลังทั้งหมด 24 ชิ้นที่เรียกว่า vertebrae วางซ้อนกันตั้งแต่กระดูกสะโพกถึงกะโหลกศีรษะ ระหว่างกระดูกแต่ละชิ้นจะเนื้อนุ่มเหมือนฟองน้ำขั้นกลางเรียกหมอนรองกระดูก

ซึ่งจะรับแรงกระแทกของกระดูก และเพิ่มความคล่องตัวในการเคลื่อนไหว กระดูกสันหลังทำหน้าที่เป็นแกนกลางของร่างกาย กระดูกจะถูกยึดติดเป็นแนวโดยอาศัยกล้ามเนื้อและเอ็น การหดเกร็งกล้ามเนื้อหลังจะทำให้เกิดการเคลื่อนไหว

หน้าอีกอย่างหนึ่งของกระดูกสันหลังคือเป็นทางผ่านของประสาทไขสันหลัง (spinal cord) วิ่งเริ่มต้นจากสมองในกะโหลกศีรษะลงมาในช่องกระดุกสันหลัง และมีเส้นประสาท ( spinal nerve ) ออกบริเวณข้อต่อของกระดูกไปเลี้ยงยังอวัยวะต่างๆ

แพทย์จะแบ่งกระดูกหลังออกเป็นห้าส่วนคือ cervical ,thoracic ,lumbar,sacrum ,coccyx ส่วนที่เคลื่อนไหวได้มากที่สุดคือส่วนเอว(lumbar) และเป็นส่วนที่ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้มากที่สุด อวัยวะที่ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้แก่

  • รากประสาทที่ออกจากไขสันหลังอาจจะถูกกระตุ้นทำให้มีอาการปวด
  • ปลายประสาทที่เลี้ยงไขสันหลังอาจจะถูกกระตุ้นทำให้มีอาการปวด
  • กล้ามเนื้อหลังอาจเกร็งอยู่ตลอดเวลาทำให้เกิดอาการปวด
  • กระดูกสันหลัง เอ็น และข้อต่อกระดูกสันหลังอาจจะเกิดโรคทำให้ปวด
  • โรคที่เกิดระหว่างกระดูกเช่นหมอนกระดูกทับเส้นประสาท

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้นการทบทวนโครงสร้างของกระดูกสันหลังจะทำให้เราเข้าใจสาเหตุ กลไกการเกิดอาการปวดรวมทั้งการให้การรักษา ส่วนประกอบสำคัญที่ประกอบเป็นกระดูกสันหลังได้แก่

  1. Vertebral bodies
  2. Vertebral discs
  3. Spinal cord and nerve roots
  4. Muscles

สำหรับตำแหน่งที่มักจะทำให้เกิดอาการปวดได้แก่

  • บริเวณกระดูกคอ cervical
  • บริเวณกระดูกหน้าอก thorax
  • บริเวณกระดูกเอว lumbar

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.siamhealth.net

โรคมือเท้าปาก อาการ สาเหตุ และการรักษาโรคมือเท้าปาก

โรคมือเท้าปาก อาการ สาเหตุ และการรักษาโรคมือเท้าปาก

โรคมือเท้าปาก เป็นโรคไข้ออกผื่นชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยในเด็ก ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสซึ่งติดต่อได้ง่าย มักมีอาการไม่รุนแรง และหายได้เองเป็นส่วนใหญ่

โรคมือเท้าปาก เป็นโรคที่พบได้ตลอดทั้งปีในแถบร้อนชื้น โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี แต่อาจพบได้ในเด็กที่มีอายุมากกว่านี้ก็ได้ ซึ่งจากรายงานสถานการณ์โรคมือเท้าปากในประเทศไทย พ.ศ.2557 ของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

พบว่ามีจำนวนผู้ป่วยสะสมด้วยโรคมือเท้าปาก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2557 มีจำนวนทั้งสิ้น 64,317 ราย และมีรายงานการเสียชีวิตเพียง 2 ราย โดยในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2547-2556) มีแนวโน้มการเกิดโรคนี้สูงขึ้นทุกปี ซึ่งในแต่ละปีจะมีรายงานผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม หลังจากนั้นจะมีจำนวนลดลง และเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้งในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นฤดูกาลระบาดของโรคนี้อยู่แล้ว

โรคมือเท้าปาก

สาเหตุของโรคมือเท้าปาก เกิดจากการติดเชื้อกลุ่มไวรัสเอนเทอโร (Enterovirus) ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลากหลายสายพันธุ์ (มากกว่า 100 สายพันธุ์) ได้แก่ ค็อกแซคกีเอและบี (Coxsackie A, B), ไวรัสเอนเทอโรชนิด 71 (Enterovirus 71 – EV71), ไวรัสเอ็คโคไวรัส (Echovirus) สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดก็คือการระบาดจากการติดเชื้อไวรัสค็อกแซคกีเอชนิด 16 (Coxsackievirus A 16)

ซึ่งอาการมักจะไม่รุนแรง และผู้ป่วยมักจะหายได้เองเป็นส่วนใหญ่ ส่วนสาเหตุที่พบได้น้อยและมีอาการรุนแรง คือ การติดเชื้อไวรัสเอนเทอโรชนิด 71 ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ (นอกจากนี้ในบางครั้งยังอาจเกิดการระบาดได้จากเชื้อไวรัสค็อกแซคกีเอชนิด 5, 7, 9, 10 และเชื้อไวรัสค็อกแซคกีบีชนิด 2 และ 5 และอาจเกิดเชื้อไวรัสเอ็คโคไวรัสได้บ้าง)

วิธีรักษาโรคมือเท้าปาก เนื่องจากการรักษาโรคมือเท้าปากในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาโดยเฉพาะหรือมียาที่สามารถทำลายเชื้อไวรัสนี้ได้ และยังไม่มีวัคซีนที่จะได้ผลในการป้องกันเชื้อไวรัสในกลุ่มนี้ ดังนั้นการรักษาโดยทั่วไปจึงเป็นการรักษาไปตามแต่อาการของผู้ป่วย

ในกรณีที่ป่วยเพลียมากหรือมีอาการหนักมาก แพทย์จะรับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาลและให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด ร่วมกับให้ยาลดไข้ แก้ปวด และ/หรือหยอดยาชาในปากเพื่อช่วยลดอาการเจ็บแผลในปาก รวมถึงการเฝ้าสังเกตอาการของภาวะแทรกซ้อนทางสมองและหัวใจ แต่สำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่อาการไม่รุนแรง ก็ไม่จำเป็นต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล

ขอบคุณแหล่งที่มา https://medthai.com

น้ำผลไม้โซดา เครื่องดื่ม สุดแนว ซาบซ่ารับวันสบาย แถมได้ประโยชน์จากผลไม้

น้ำผลไม้โซดา เครื่องดื่ม สุดแนว ซาบซ่ารับวันสบาย แถมได้ประโยชน์จากผลไม้

น้ำผลไม้โซดา เครื่องดื่มสุดแนวไม่จำเจ ชื่นใจซาบซ่าคลายร้อน วันหยุดนี้ดื่มกันสักแก้ว เอ้า… ชนหน่อย

น้ำผลไม้โซดา แหวกแนวสำหรับวันสบาย ๆ นอกจากเครื่องดื่มสมูทตี้หรือเครื่องดื่มชงแล้ว กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำน้ำผลไม้โซดา ทำง่าย ๆ ดื่มซาบซ่า ได้ประโยชน์จากผลไม้ ลองกันสักแก้วดีกว่า

เริ่มกันที่สูตรน้ำผลไม้โซดาสุดคลาสสิกนั่นคือ น้ำผึ้งมะนาวโซดา รสชาติมะนาวหอม ๆ เข้ากันดีกับน้ำผึ้ง เพิ่มความซ่าจากโซดา ยิ่งช่วงไหนมะนาวถูก ๆ ควรจัดอย่างยิ่ง

น้ำผลไม้โซดา

ส่วนผสม น้ำผึ้งมะนาวโซดา

• น้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมะนาว 1/2 ลูก
• โซดาแช่เย็นจัด
• น้ำแข็ง 1 แก้ว
• มะนาวฝานเป็นชิ้นบาง (แต่งแก้ว)
• ใบสะระแหน่ (แต่งแก้ว)

วิธีทำน้ำผึ้งมะนาวโซดา

1. ผสมน้ำผึ้งกับน้ำมะนาวให้ละลายเข้ากัน เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็ง
2. ตามด้วยโซดาแช่เย็นจนเต็มแก้ว แต่งด้วยมะนาวฝานและใบสะระแหน่ พร้อมดื่ม

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

แกงหน่อไม้ ใบย่านาง อาหารอีสาน รสเผ็ดร้อนพ่วงคุณค่าสมุนไพร

แกงหน่อไม้ ใบย่านาง อาหารอีสาน รสเผ็ดร้อนพ่วงคุณค่าสมุนไพร

แกงหน่อไม้ ใบย่านาง อาหารอีสานพื้นบ้าน น้ำข้นรสเผ็ดร้อน เพียบพร้อมคุณค่าสมุนไพร เหมาะกับคนรักสุขภาพ

แกงหน่อไม้ ใบย่านาง แกงหน่อไม้อีสานบ้านเฮานี่ล่ะ กินเมื่อไรก็อิ่มท้องเมื่อนั้น ขอข้าวเหนียวกระติ๊บน้อย ๆ ด้วยค่ะ

อยากกินแกงร้อน ๆ รสจัด ๆ สักถ้วย ก็นึกถึงแกงหน่อไม้ใบย่านางขึ้นมาทันที ของอร่อย ๆ ที่กินเมื่อไรก็ไม่เคยเบื่อเลย แกงหน่อไม้อีสานบ้านเฮานี่ล่ะ กินเมื่อไรก็อิ่มท้องเมื่อนั้น ขอข้าวเหนียวกระติ๊บน้อย ๆ ด้วยค่ะ

แกงหน่อไม้

ส่วนผสม แกงหน่อไม้ใบย่านาง

• ข้าวเบือ
• พริกสด
• หอมแดง
• น้ำใบย่านาง
• น้ำปลาร้า
• หน่อไม้
• เห็ดฟาง
• ชะอม

วิธีทำแกงหน่อไม้ใบย่านาง

• ขั้นตอนแรกก็โขลกข้าวเบือให้ละเอียด และโขลกพริกสดผสมกับหอมแดงพอหยาบ ๆ

• เทน้ำใบย่านางคั้นสด ๆ ใหม่ ๆ ใส่หม้อ ตั้งไฟให้ร้อนแล้วใส่พริกสดกับหอมที่โขลกไว้แล้วตามลงไป พอเดือดก็ใส่น้ำปลาร้าและข้าวเบือ ปล่อยไว้ให้เดือด

• พอแกงเดือดเผ็ดร้อนดีแล้วใส่หน่อไม้กับเห็ดฟางได้เลยค่ะ ชิมรสชาติดูก่อนนะคะว่าอร่อยดีหรือยัง บางคนก็จะเพิ่มน้ำปลา แต่เราไม่ได้เพิ่มอะไรนะคะ เพราะแค่น้ำปลาร้าก็เอาอยู่ นัวมากจริง ๆ สุดท้ายท้ายสุดก็ใส่ชะอม ปิดเตาเป็นอันเสร็จ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

 

 …

นอนมากกว่าปกติ เสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า และอีกสารพัดโรคร้าย

นอนมากกว่าปกติ เสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า และอีกสารพัดโรคร้าย

นอนมากกว่าปกติ หรือเปล่า? หากเป็นเช่นนั้น อาจเป็นผลมาจากภาวะซึมเศร้าก็เป็นได้ ปัญหาเกี่ยวกับการนอนและภาวะซึมเศร้าอาจมีปัจจัยเสี่ยง และอาการทางร่างกายแบบเดียวกัน

นอนมากกว่าปกติ เป็นสิ่งบ่งชี้ประการหนึ่งของภาวะซึมเศร้า คุณอาจนอนมากเกินไป หรือนอนไม่พอ เมื่อมีภาวะซึมเศร้า สำหรับผู้ที่ทรมานจากการนอนมากเกินไป (hypersomnia) เป็นความผิดปกติทางสุขภาพอย่างแท้จริง ในผู้ป่วยโรคซึมเศร้าโดยส่วนใหญ่แล้ว อาการนอนไม่หลับ (insomnia) มักพบได้ทั่วไป โดยสลับกันแล้ว ผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับมีความเสี่ยงในการเป็นโรคซึมเศร้าได้มากกว่าผู้ที่นอนหลับปกติได้ถึง 10 เท่า

โรคซึมเศร้าทำให้คุณรู้สึกเศร้า สิ้นหวัง ไร้ค่า และไร้ประโยชน์ แน่นอนว่าเราทั้งหมดสามารถรู้สึกเศร้าหรือหดหู่ได้ในช่วงเวลาหนึ่ง แต่เมื่อคุณรู้สึกเศร้าเป็นเวลานาน และความรู้สึกดังกล่าวรุนแรงขึ้น อารมณ์ซึมเศร้าและอาการทางร่างกายที่สัมพันธ์กัน จะทำให้คุณไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ อาการซึมเศร้าอื่นๆ ได้แก่

  • รู้สึกเศร้าหรือว่างเปล่าอย่างมาก
  • รู้สึกสิ้นหวัง ไร้ค่า หรือรู้สึกผิด
  • รู้สึกอ่อนเพลียและเชื่องช้ามาก หรือวิตกกังวลและกระวนกระวาย
  • ขาดความสนใจในสิ่งต่างๆ ซึ่งเคยสนใจมาก่อน
  • หมดแรง
  • มีปัญหาเกี่ยวกับการทำสมาธิ การคิด หรือการตัดสินใจ
  • ความอยากอาหารเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งทำให้น้ำหนักร่างกายเปลี่ยนแปลง
  • ความอยากนอนเพิ่มขึ้นหรือลดลง

หากมีอาการเหล่านี้อย่างน้อยห้าอาการ เป็นเวลามากกว่าสองสัปดาห์ คุณควรพบแพทย์สำหรับการวินิจฉัยอย่างเหมาะสม

นอนมากกว่าปกติ

เหตุใดการนอนจึงสำคัญ

แน่นอนว่า ไม่ใช่ทุกคนที่นอนมากเกินไปจะมีความผิดปกติเกี่ยวกับการนอน สาเหตุอื่นๆ ที่เป็นไปได้ของการนอนมากเกินไป ได้แก่ การใช้สารบางชนิด เช่น แอลกอฮอล์ และยาที่แพทย์สั่งบางชนิด อาการอื่นๆ เช่น อาการซึมเศร้า อาจทำให้มีอาการนอนมากเกินไปได้ แต่ก็มีผู้ที่แค่ต้องการนอนมากโดยไม่ได้มีอะไรผิดปกติก็เป็นได้

อาการหรือโรคต่อไปนี้เป็นสิ่งที่สัมพันธ์กับการนอน หรืออาจทำให้เกิดปัญหาการนอนได้

เบาหวาน

ผู้ที่นอนมากเกินไปหรือนอนไม่เพียง พอมีความเสี่ยงต่อเบาหวานได้มากกว่า

โรคอ้วน

น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอาจเกิดได้จากการนอนมากเกินไป การศึกษาหนึ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการนอนและโรคอ้วนเผยว่า ผู้ที่นอนเป็นเวลา 9 หรือ 10 ชั่วโมงต่อวันทุกคืน มีโอกาสร้อยละ 21 ที่จะเป็นโรคอ้วนเป็นเวลาเกินกว่า 6 ปี มากกว่าผู้ที่นอนเป็นเวลาระหว่าง 7 และ 8 ชั่วโมง

ปวดศีรษะ

คุณอาจคิดว่าการนอนหลับสนิท สามารถรักษาอาการปวดศีรษะได้ ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า การนอนมากขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์หรือวันหยุดพักผ่อน อาจก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ในบางคน การนอนมากเกินไปอาจส่งผลต่อสารสื่อประสาทในสมอง ที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ในตอนเช้า

ปวดหลัง

ย้อนกลับไปในอดีต ผู้ที่มีอาการปวดหลังมักได้รับคำแนะนำให้พักผ่อนมากขึ้น อย่างไรก็ดี วิทยาศาสตร์สมัยใหม่พิสูจน์ว่า วิธีการรักษาแบบดังเดิมนี้เป็นสิ่งที่ผิดและทำให้อาการแย่ลงได้ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอมีความจำเป็นต่อการคงไว้ซึ่งความยืดหยุ่นของร่างกาย หากคุณมีอาการปวดหลัง ให้ไปพบแพทย์ แพทย์อาจแนะนำไม่ให้นอนมากเกินไป หากเป็นไปได้

โรคซึมเศร้า

ถึงแม้ว่าอาการนอนไม่หลับมักสัมพันธ์กับโรคซึมเศร้า มากกว่าการนอนมากเกินไป แต่ก็มีผู้ป่วยโรคซึมเศร้าประมาณร้อยละ 15 ที่มีอาการนอนมากเกินไป ในทางกลับกัน อาจทำให้โรคซึมเศร้ามีอาการแย่ลงได้ เนื่องจากนิสัยการนอนตามปกติ เป็นสิ่งสำคัญต่อกระบวนการฟื้นฟูของร่างกาย

การเสียชีวิต

การศึกษาจำนวนมากพบว่า ผู้้ที่นอนเป็นเวลา 8 หรือ 9 ชั่วโมงต่อคืน มีอัตราการเสียชีวิตที่สูงกว่าผู้ที่นอน 7 ถึง 8 ชั่วโมงต่อคืนอย่างมีนัยสำคัญ ไม่มีการระบุเหตุผลสำหรับความสัมพันธ์ดังกล่าว แต่นักวิจัยพบว่า โรคซึมเศร้าและสถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคมที่ต่ำ มีความสัมพันธ์กับการนอนเป็นเวลานานขึ้น นักวิจัยคาดว่า ปัจจัยเหล่านี้อาจสัมพันธ์กับการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น ที่พบในการศึกษาผู้ป่วยที่นอนมากเกินไป

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

 …

แก้วมังกร นมสดสมูทตี้ ใส่เนื้อมะพร้าวหอมหวานกลมกล่อม ดื่มชื่นใจ

แก้วมังกร นมสดสมูทตี้ ใส่เนื้อมะพร้าวหอมหวานกลมกล่อม ดื่มชื่นใจ

แก้วมังกร ทำอะไรได้บ้าง ? ชวนทำแก้วมังกรสมูทตี้ สูตรเครื่องดื่มปั่นใส่นมสดและมะพร้าว ปั่นจนเนื้อเนียนนุ่ม แต่งด้วยแก้วมังกรให้สวยงาม

แก้วมังกร ผลไม้ไฟเบอร์สูง นอกจากกินสด ๆ แล้วยังเอามาทำแก้วมังกรสมูทตี้ ได้อร่อยด้วย ขอนำเสนอวิธีทำแก้วมังกรสมูทตี้ จับแก้วมังกรหั่นชิ้นใส่เครื่องปั่น เติมนมสด นมข้นหวาน และเนื้อมะพร้าวลงไป พอปั่นจนเนียนก็กระดกดื่มได้เลยจ้า

แก้วมังกร

ส่วนผสม แก้วมังกรสมูทตี้

• แก้วมังกร (ตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ ) 1 ถ้วย
• เนื้อมะพร้าวอ่อน 1 ลูก
• นมสดหวาน 1/3 ถ้วยตวง
• นมข้นหวาน 3 ช้อนโต๊ะ
• น้ำแข็ง 2 ถ้วย

วิธีทำแก้วมังกรสมูทตี้

1. ผสมนมสดและนมข้นหวานเข้าด้วยกัน เตรียมไว้
2. ใส่น้ำแข็ง เนื้อแก้วมังกร และเนื้อมะพร้าวลงในเครื่องปั่น เปิดเครื่องปั่นแล้วค่อย ๆ เทส่วนผสมนมลงไป ปั่นผสมจนเนียนละเอียด
3. เทใส่แก้ว ตกแต่งด้วยแก้วมังกร และใบสะระแหน่ พร้อมดื่ม

จบไปแล้วสำหรับเครื่องดื่มแก้วมังกรสมูทตี้ ใครจะใช้แก้วมังกรสีขาวหรือแก้วมังกรสีแดงก็ตามชอบ ถ้าไม่ชอบรสหวานก็ตัดนมข้นหวานออกไป และอาจใส่นมสดรสจืดแทนนมสดรสหวานก็โอเคเหมือนกันค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

ไข่เจียวปู เมนูไข่เนื้อนุ่มทำเองได้อร่อยตามกระแส ยังได้รางวัลมิชลินสตาร์

ไข่เจียวปู เมนูไข่เนื้อนุ่มทำเองได้อร่อยตามกระแส ยังได้รางวัลมิชลินสตาร์

ไข่เจียวปู จากร้านดังที่ได้รางวัลมิชลินสตาร์ บอกเลยว่าใส่เนื้อปูเน้น ๆ ผสมผสานกับเนื้อไข่แสนนุ่ม ยิ่งถ้ากินกับซอสพริกอร่อยแรง

ไข่เจียวปู หลายคนคุ้นปาก มาตั้งแต่วัยเด็ก แต่ถ้าตอนนี้ให้ทำไข่เจียวหมูสับหรือไข่เจียวทรงเครื่องคงธรรมดาไป ตอนนี้ต้องทำไข่เจียวปูตามกระแสร้านเจ๊ไฝ ประตูผีที่ได้รับรางวัล 1 ดาวมิชลินเท่านั้น กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำไข่เจียวปู สูตรใส่นมสด ที่ขาดไม่ได้เลยคือเนื้อปู ปรุงรสเค็มเล็กน้อย กินกับข้าวสวยอร่อยเหาะ

 

 

ไข่เจียวปู

ส่วนผสม ไข่เจียวปู

• ไข่ไก่
• กรรเชียงปู ตามชอบ
• นมสด
• น้ำปลา
• น้ำตาลทรายเล็กน้อย
• น้ำมันพืช (สำหรับทอด)

วิธีทำไข่เจียวปู

1. ตอกไข่ใส่ชามผสม ใส่เนื้อปู เติมนม ปรุงรสด้วยน้ำปลากับน้ำตาลทราย ตีผสมให้เข้ากัน พักไว้
2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันลงไป รอจนน้ำมันร้อนจัด ค่อย ๆ เทไข่ลงไปแล้วลดไฟให้เบาลง ทอดจนสุกเหลืองทั้งสองด้าน เพิ่มเป็นไฟแรงสุด นับ 1-10 ตักใส่ภาชนะ พร้อมเสิร์ฟ

ลองทำกันยังกับเมนูไข่เจียวปู ถ้าทำเองใส่ปูเยอะแค่ไหนก็ได้ จะทำเป็นไข่เจียวแผ่นหนาที่คุ้นเคยหรือทำเป็นไข่ม้วนก็ได้ ถ้าหากเนื้อปูเหลือก็จับทำข้าวผัดปูเลยค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

ไข่น้ำ ในซอสเทมปุระ เมนูไข่สไตล์ญี่ปุ่นไอเดียดี ไข่แนวใหม่ที่ทั้งอร่อยและดูน่ากิน

ไข่น้ำ ในซอสเทมปุระ เมนูไข่สไตล์ญี่ปุ่นไอเดียดี ไข่แนวใหม่ที่ทั้งอร่อยและดูน่ากิน

ไข่น้ำ ในซอสเทมปุระ เมนูไข่ที่เรากินกันอยู่ทุกวันอาจจะมีให้เลือกไม่หลากหลายนัก แต่ถ้ารู้จักนำไข่มามิกซ์แอนด์แมตช์กับอาหารอื่น ๆ แล้วล่ะก็ อาจจะได้เมนูไข่แนวใหม่ที่ทั้งอร่อยและดูน่ากินมากทีเดียว

ไข่น้ำ ในซอสเทมปุระ (Poached Egg in Tempura Sauce) จากเฟซบุ๊ก ICook by KuCook ไข่น้ำนุ่มนิ่มที่เสิร์ฟมาพร้อมกับซอสเทมปุระสไตล์ญี่ปุ่น ลองไปดูวิธีทำ พร้อมเทคนิคดี ๆ ในการทำไข่น้ำกันเลยดีกว่า

ส่วนผสม ไข่น้ำ

• น้ำมันพืช เล็กน้อย (ทากระทะ)
• น้ำ (สำหรับต้มไข่)
• น้ำส้มสายชู เล็กน้อย
• ไข่ไก่ 1 ฟอง
• กุ้งสด (ปอกเปลือกเหลือแต่หาง ลวกสุก) 1 ตัว
• ขิงขูด
• ไชเท้าขูด

วิธีทำ ไข่น้ำ

• 1. ทาน้ำมันพืชในหม้อ หรือกระทะก้นลึกให้ทั่ว (เพื่อไม่ให้ไข่ขาวติดหม้อ) ใส่น้ำลงไปประมาณ 2-3 นิ้วจากก้นภาชนะ จากนั้นใส่น้ำส้มสายชูลงไปเล็กน้อย ปิดฝาตั้งไฟจนน้ำเดือด
• 2. ตอกไข่ไก่ใส่ถ้วย เตรียมไว้
• 3. ใช้ช้อน หรือทัพพีคนน้ำวน ๆ ในกระทะให้น้ำหมุน ลดไฟลงให้น้ำเดือดแบบธรรมดา จากนั้นเทไข่ลงในน้ำในขณะที่น้ำหมุน (ถ้าน้ำยังหมุนอยู่ ไข่จะออกมากลมสวย) ปิดฝา ต้มนานประมาณ 3-4 นาที
• 4. ตักซอสเทมปุระใส่ถ้วย ขูดขิงและหัวไชเท้าใส่ลงไป ตักไข่น้ำใส่ลงไป ตามด้วยกุ้ง แต่งให้สวยงาม พร้อมรับประทาน

ไข่น้ำ

ส่วนผสมเทมปุระซอส (Tempura Sauce)

• โชยุ 1 ถ้วย
• น้ำซุปดาชิ (หรือน้ำซุปไก่) 3 ถ้วย
• น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
• เหล้าสาเก 3 ช้อนโต๊ะ
• เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

วิธีทำซอสเทมปุระ

• ผสมส่วนผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟจนเดือดและน้ำตาลทรายละลาย ยกลงจากเตา ทิ้งไว้จนเย็น
• พอเย็นแล้วกรอกใส่ขวดแช่ตู้เย็นเตรียมไว้รับประทานกับไข่น้ำ

จากไข่น้ำธรรมดาบ้าน ๆ ก็กลายเป็นเมนูไข่สุดหรูได้ง่าย ๆ ลองนำไปทำกันดูนะคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

ไข่ตุ๋น เนื้อเนียน ใส่ผักสีสวยชิ้นกลมน่ารักเด็ก ๆ ชอบ และวิธีทำ ที่ง่ายมาก

ไข่ตุ๋น เนื้อเนียน ใส่ผักสีสวยชิ้นกลมน่ารักเด็ก ๆ ชอบ และวิธีทำ ที่ง่ายมาก

ไข่ตุ๋น จะอร่อยต้องเนื้อเนียน ชวนทำไข่ตุ๋นใส่ผักเพิ่มวิตามิน ชิ้นกลมดิ๊กน่ารัก อย่าว่าแต่เด็กชอบเลย วัยดึกก็อยากอร่อยด้วย

ไข่ตุ๋น จากร้านดังเพราะหน้าเนียนมาก พอมาลองทำเองกลับมีฟองอากาศเต็มไปหมด คงจะดีถ้ามีสูตรไข่ตุ๋นหน้าเรียบมาให้ลอกวิธีทำกันบ้าง กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำไข่ตุ๋นเนื้อเนียน สูตรจาก คุณ Kitty Chef สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ใส่นมถั่วเหลืองตีผสมกับไข่แล้วกรองให้เนื้อเนียนขึ้น ตบท้ายโรยผักเพิ่มความอร่อย

เมนูหลอกเด็กมาอีกแล้วค่ะ ไข่ตุ๋นเนื้อเนียน ใส่แครอทกับต้นหอมเพิ่มสีสันและรสชาติความอร่อย แค่นี้เด็ก ๆ ที่บ้านก็ชอบ ทานง่าย มีขอเพิ่มอีก คุณแม่ปลื้มค่ะ ดูบอลออนไลน์

ไข่ตุ๋น

ส่วนผสม ไข่ตุ๋น

• ไข่ไก่ 2 ฟอง
• นมถั่วเหลือง (ปริมาณเท่ากันกับไข่)
• น้ำ (ปริมาณ 1/2 ของไข่)
• ซีอิ๊วขาว (ใส่นิดหน่อยเพิ่มความอร่อย)
• เกลือเล็กน้อย
• แครอทซอย
• ต้นหอมซอย

วิธีทำไข่ตุ๋น

  1.   ตอกไข่ ใส่นมถั่วเหลือง เติมน้ำ ปรุงรสด้วยเกลือและซีอิ๊วขาว
  2. ใช้ตะกร้อมือคนเบา ๆ ให้เข้ากัน กรองด้วยตะแกรง 1 รอบ
  3. ทาน้ำมันบาง ๆ บนพิมพ์ซิลิโคน เทส่วนผสมไข่ลงในพิมพ์ ใส่แครอทและต้นหอมซอย
  4. นึ่งด้วยไฟอ่อน ปิดฝา ประมาณ 20-25 นาที
  5. พอเสร็จพักไว้ให้เย็น แล้วแกะออกจากพิมพ์พร้อมเสิร์ฟ มาแนวน่ารักไซส์มินิ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

บาร์เซโลน่า มั่นใจคว้าป็อกบาร่วมทัพได้สำเร็จ

บาร์เซโลน่า มั่นใจคว้าป็อกบาร่วมทัพได้สำเร็จ

บาร์เซโลน่า มั่นใจจะคว้าตัว ปอล ป็อกบา กองกลาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้สำเร็จ ถึงแม้ไม่เกิดขึ้นในซัมเมอร์นี้ก็ตาม คาด “เจ้าบุญทุ่ม” จะเดินหน้าอีกครั้งในช่วงหน้าหนาวนี้ หลังแข้งฝรั่งเศสมีความขัดแย้งกับ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ “ปีศาจแดง”

บาร์เซโลน่า คาดว่าจะเซ็นสัญญากับสตาร์ทีมชาติฝรั่งเศส ในช่วงต้นปีหน้า หลังจากที่นักเตะมีเรื่องขัดแย้งกับ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ “ปีศาจแดง” ก็ไม่เต็มใจที่จะขาย ป็อกบา ที่ย้ายกลับมาจาก ยูเวนตุส ยอดทีมแห่งอิตาลี ด้วยค่าตัว 89 ล้านปอนด์ (4,005 ล้านบาท) และจะไม่ยอมปล่อยตัวออกไปในปีนี้แน่นอน อย่างไรก็ตาม บาร์ซ่า มั่นใจว่าพวกเขาสามารถกล่อมให้กองกลางตัวเก่งย้ายมาร่วมถิ่นคัมป์ นูได้ และเชื่อว่าจะมีการเซ็นสัญญาเกิดขึ้นในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า โดย ป็อกบา อาจไม่ใช่นักเตะเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ย้ายมาร่วมทีม “เจ้าบุญทุ่ม” เนื่องจาก อาเดรียง ราบิโอต์ ของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ เฟรงกี้ เดอ ยอง ของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ก็อยู่ในรายชื่อเป้าหมายด้วยเช่นกัน

บาร์เซโลน่า

  • ป็อกบา จะเป็นการเซ็นสัญญาครั้งสำคัญของ บาร์ซ่า และพวกเขาก็หวังที่จะดำเนินแผนการเหมือนตอนคว้า ฟิลิปเป้ คูตินโญ่
  • จาก ลิเวอร์พูล ซึ่ง “เจ้าบุญทุ่ม” จ่ายเงินถึง 142 ล้านปอนด์ (6,390 ล้านบาท) ซื้อตัวมาร่วมถิ่นคัมป์ นู เมื่อเดือนมกราคมปีนี้

ขอขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th