เดือน: พฤษภาคม 2019

  • มะกอกฝรั่ง

    มะกอกฝรั่ง สรรพคุณและประโยชน์ของมะกอก

    มะกอกฝรั่ง จัดเป็นไม้ยืนต้น

    มะกอกฝรั่ง มีความสูงของต้นประมาณ 7-12 เมตร เปลือกต้นเป็นสีเทาหรือสีน้ำตาลแดง[1] ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดและการตอนกิ่ง[2]

    ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ก้านใบยาว ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปไข่ค่อนข้างเรียวแหลม ปลายใบแหลม โคนใบแหลม ขอบใบหยักเล็กน้อย[1]

    ออกดอกเป็นช่อแบบพานิเคิล (ช่อดอกที่มีช่อดอกแตกออกมาจากช่อดอกใหญ่อีกทีหนึ่ง) โดยจะออกตามปลายยอด ดอกเป็นดอกแบบสมบูรณ์เพศ ดอกย่อยเป็นสีขาว มีกลีบดอก 5 กลีบ ฐานรองดอกเป็นสีเหลือง[1]

    ลักษณะของผลเป็นรูปไข่หรือรูปกระสวย มียางคล้ายไรไข่ปลา ผลอ่อนเป็นสีเขียวเข้ม ส่วนผลแก่เป็นสีเขียวอมเหลือง สุกแล้วเป็นสีส้ม เนื้อในเป็นสีขาวอมเขียว รสเปรี้ยวอมหวานมันและกรอบอร่อย ภายในมีเมล็ด 1 เมล็ด ลักษณะของเมล็ดเป็นรูปทรงกลมรี เปลือกหุ้มเมล็ดแข็งและมีขนแข็ง ๆ อยู่ที่เปลือกหุ้มเมล็ด[1],[2]

    สรรพคุณของมะกอกฝรั่ง
    1.เนื้อผลมีรสเปรี้ยวฝาด หวานชุ่มคอ เป็นยาช่วยบำบัดโรคธาตุพิการเพราะน้ำดีไม่ปกติ (เนื้อผล)[1]
    2.ผลช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด[4]
    3.ผลช่วยลดไขมันในเส้นเลือด[4]
    4.ผลสุกมีรสเปรี้ยวอมหวาน ใช้รับประทานแก้กระหายน้ำได้ดี และช่วยทำให้ชุ่มคอ (ผล)[1]
    5.เปลือกมีรสฝาด เย็นเปรี้ยว เป็นยาแก้ร้อนในอย่างแรง (เปลือก)[1]
    6.ช่วยดับพิษกาฬ (เปลือก)[1]
    7.เมล็ดมะกอกเมื่อนำไปสุมไฟให้เป็นถ่าน แล้วนำมาแช่กับน้ำ ใช้ดื่มกินแก้ร้อนในได้ (เมล็ด)[1]
    8.น้ำคั้นจากใบใช้เป็นยาหยอดหู แก้อาการปวดหูได้ดี (ใบ)[1]
    9.เมล็ดมะกอกเมื่อนำไปสุมไฟให้เป็นถ่านแล้วนำมาแช่กับน้ำ ใช้ดื่มแก้หอบ แก้สะอึกได้ดีมาก (เมล็ด)[1] ส่วนเปลือกก็มีสรรพคุณแก้สะอึก (เปลือก)[1]
    10.ช่วยแก้โรคบิด (เนื้อผล)[1]
    11.ช่วยแก้ลงท้องปวดมวน (เปลือก)[1]
    12.ผลเป็นยาระบาย[4]

    ขอบคุณแหล่งที่มา https://medthai.com

  • พันธุ์ทุเรียน

    พันธุ์ทุเรียน ในประเทศไทยสามารถจำแนกออกได้เป็น 6 กลุ่ม

    พันธุ์ทุเรียน ในประเทศไทยสามารถจำแนกออกได้เป็น 6 กลุ่ม ตามลักษณะรูปร่างใบ ปลายใบ ฐานใบ ทรงผล และรูปร่างของหนาม คือ

    1.กลุ่มกบ จำแนกพันธุ์ได้ 46 พันธุ์ เช่น กบตาดำ กบทองคำ กบวัดเพลง กบก้านยาว
    2.กลุ่มลวง จำแนกพันธุ์ได้ 12 พันธุ์ เช่น ลวงทอง ชะนี สายหยุด ชะนีก้านยาว
    3.กลุ่มก้านยาว จำแนกพันธุ์ได้ 8 พันธุ์ เช่น ก้านยาว ก้านยาววัดสัก ก้านยาวพวง
    4.กลุ่มกำปั่น จำแนกพันธุ์ได้ 13 พันธุ์ เช่น กำปั่นเหลือง กำปั่นแดง ปิ่นทอง หมอนทอง
    5.กลุ่มทองย้อย จำแนกพันธุ์ได้ 14 พันธุ์ เช่น ทองย้อยเดิม ทองย้อยฉัตร ทองใหม่
    6.กลุ่มเบ็ดเตล็ด เป็นทุเรียนที่จำแนกลักษณะพันธุ์ได้ไม่แน่ชัด มีอยู่ถึง 81 พันธุ์
    พันธุ์ที่นิยมปลูกกันมากมี 4 พันธุ์ คือ หมอนทอง (D159), ชะนี (D123), ก้านยาว (D158), และ กระดุม ซึ่งมีลักษณะดังนี้

    -พันธุ์กระดุม ผลจะมีขนาดค่อนข้างเล็ก น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม ผลมีลักษณะค่อนข้างกลมด้านหัวและด้านท้ายผลค่อนข้างป้าน ก้นผลบุ๋มเล็กน้อย หนามเล็กสั้นและถี่ ขั้วค่อนข้างเล็กและสั้น ลักษณะของพูเต็มสมบูรณ์ ร่องพูค่อนข้างลึก เนื้อละเอียดอ่อนนุ่มสีเหลืองอ่อน เนื้อค่อนข้างบาง รสชาติหวานไม่ค่อยมัน เละง่ายเมื่อสุกจัด เมล็ดมีขนาดใหญ่
    -พันธุ์ชะนี (D123) ผลมีขนาดปานกลางถึงใหญ่ น้ำหนักประมาณ 2.5-3 กิโลกรัม ผลมีรูปทรงหวด กล่าวคือ กลางผลป่อง หัวเรียว ก้นตัด ร่องพูค่อนข้างลึกเห็นได้ชัด ขั้วผลใหญ่และสั้น เนื้อละเอียด สีเหลืองจัดเกือบเป็นสีจำปา ปริมาณมาก รสชาติหวานมัน เมล็ดค่อนข้างเล็กและมีจำนวนเมล็ดน้อย
    -พันธุ์หมอนทอง (D159) ผลมีขนาดใหญ่ น้ำหนักประมาณ 3-4 กิโลกรัม ทรงผลค่อนข้างยาวมีบ่าผล ปลายผลแหลม พูมักไม่ค่อยเต็มทุกพู หนามแหลมสูง ฐานหนามเป็นเหลี่ยม ระหว่างหนามใหญ่จะมีหนามเล็กวางแซมอยู่ทั่วไป ซึ่งเรียกหนามชนิดนี้ว่า เขี้ยวงู ก้านผลใหญ่แข็งแรง ช่วงกลางก้านผลจนถึงปากปลิงจะอ้วนใหญ่เป็นทรงกระบอก เนื้อหนาสีเหลืองอ่อนละเอียด เนื้อค่อนข้างแห้งไม่แฉะติดมือ รสชาติหวานมัน เมล็ดน้อยและลีบเป็นส่วนใหญ่
    -พันธุ์ก้านยาว (D158) ผลมีขนาดปานกลาง น้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัม ทรงผลกลมเห็นพูไม่ชัดเจน พูเต็มทุกพู หนามเล็กถี่สั้นสม่ำเสมอทั้งผล ก้านผลใหญ่และยาวกว่าพันธุ์อื่นๆ เนื้อละเอียดสีเหลืองหนาปานกลาง รสชาติหวานมัน เมล็ดมากค่อนข้างใหญ่

    ขอบคุณแหล่งที่มา https://fruitthaii.wordpress.com