เดือน: ธันวาคม 2019

  • สูตรเด็ดปากเป็ดทอด

    สูตรเด็ดปากเป็ดทอด ปากเป็ดนำมาทำอาหารอย่างไร อาหารเมนูเป็ด เมนูทอด อาหารอีสาน

    สูตรเด็ดปากเป็ดทอด อร่อย เด็ด

    สูตรเด็ดปากเป็ดทอด การล้างปากเป็ด เป็นเคล็ดลับสำคัญในความอร่อยของปากเป็ดทอด แนะนำให้ใช้โซดาล้าง เนื่องจากโซดาจะช่วยล้างให้กลิ่นคาวของหัวเป็ดหายไป
    การล้างปากเป็ดด้วยสูตรน้ำส้มสายชูและเกลือ สูตรนี้ช่วยให้เมือกและกลิ่นสาบของปากเป็ดลดลง
    การทอดเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับ ให้ใช้น้ำมันที่ร้อน แต่ตั้งไฟอ่อนถึงปานกลาง ทำให้สุกไปถึงด้านใน
    ให้หมักส่วนผสมเอาไว้ก่อนประมาณ 30 นาที ให้เครื่องปรุงเข้าเนื้อ เวลารับประทานจะได้รสชาติที่ต้องการ

    สูตรเด็ดปากเป็ดทอด

    ส่วนผสม

    ปากเป็ด 5 – 10 ชิ้น ( ฝ่าครึ่งให้พิคำรับประทาน )
    ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต้ะ
    ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต้ะ
    น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
    กระเทียม บด 3 ช้อนโต้ะ
    พริกไทย บด 2 ช้อนโต้ะ
    รากผักชี บด 2 ช้อนโต้ะ
    น้ำมัน สำหรับทอด
    น้ำจิ้มแจ่ว ดู วิธีทำน้ำจิ้มแจ่ว

    วิธีทำ

    ล้างปากเป็ด ให้สะอาด โดยล้างด้วยโซดา รอบแรกและน้ำเปล่าอีกหลายๆรอบ จำเป็นต้องล้างให้สะอาดไม่อย่างนั้นอาหารจะมีรสคาว  นำปากเป็ดมาหมักกับส่วนผสม ประกอบด้วย รากผักชี กระเทียม พริกไทย น้ำตาล ซอสหอยนางรม ซอสปรุงรส หมักทิ้งไว้ในตู้เย็น 30 นาที     ตั้งกระทะน้ำมัน ใช้ไฟปานกลาง นำปากเป็ดลงไปทอดประมาณ 15 นาที ก็จะได้ปากเป็ดทอดที่ยังชุ่มน้ำหมักรสชาติเด็ด  เสริฟ ปากเป็ดทอด ทานคู่กับ น้ำจิ้มแจ่ว

    ขอบคุณแหล่งที่มา www.yeastinfectionnomorereport.org

  • ต้มส้มปลาหมึกสูตรแม่มณี

    ต้มส้มปลาหมึกสูตรแม่มณี ปลาหมึกต้องเลือกใช้ปลาหมึกสดๆ ขนาดพอดี ไม่ใหญ่ หรือ เล็กเกินไป

    ต้มส้มปลาหมึกสูตรแม่มณี

    ต้มส้มปลาหมึกสูตรแม่มณี ปลาหมึก แหล่งโปรตีนที่มีแร่ธาตุมากมาย ไม่น้อยเลยทีเดียวแต่ก็มีคาร์โบไฮเดรด และคอเลสตอรอลอยู่ด้วยเช่นกัน จึงไม่ควรทานบ่อยๆ หรือไม่ควรทานในปริมาณมาก ๆ อาจทำให้คอเลสตอรัลขึ้นสูงได้ ทานอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง กำลังพอเหมาะค่ะ

    เคล็ดลับ  ปลาหมึกต้องเลือกใช้ปลาหมึกสดๆ ขนาดพอดี ไม่ใหญ่ หรือ เล็กเกินไป เทคนิคการเลือกปลาหมึกสดๆ คือ เลือกปลาหมึกที่เนื้อขาว ลักษณะของเนื้อแน่น เด้งตึง น้ำแช่ปลาหมึกใส ลักษณะของปลาหมึกสมบรูณ์ ไม่มีกลิ่นเน่า หรือ สีผิดปรกติ
    การเตรียมปลาหมึก ให้ล้างปลาหมึกให้สะอาด ล้างหลายๆน้ำ เอากระดอง และ หมึกออก หากไม่เอาออก น้ำแกงจะเป็นสีดำ ไม่น่ารับประทาน


    การปรุงอาหารด้วยปลาหมึก เนื่องจากเนื้อปลาหมึกหากสุกเกินไป จะทำให้เนื้อแข็งกระด้าง และ ไม่หวาน การทำอาหารที่มีปลาหมึก ต้องให้ปลาหมึกสุกพอดี โดยสำหรับเมนูนี้ ให้ใส่ปลาหมึกขั้นตอนสุดท้าย เพื่อที่เราจะสามารถกะประมาณความสุขของเนื้อปลาหมึกได้อย่างพอดี
    เสน่ห์ของต้มส้มปลาหมึก ต้องได้ความหวานของน้ำแกงจากปลาหมึกด้วย ดังนั้นจึงไม่ควรลวกน้ำปลาหมึกทิ้ง ให้ใส่ปลาหมึกลงในแกง ให้คลายความหวานของเนื้อปลาหมึกเองเลย
    ใบมะกรูด แกนใบจะให้รสขม ดังนั้นให้ฉีกใบเอาแกนใบออกก่อนนำมาต้มแกง
    การต้มสมุนไพรขั้นตอนแรกสำคัญ ต้องใช้น้ำเดือด และ ไฟอ่อน ให้สมุนไพร ค่อยๆคลายความหอม จากน้ำมันหอมระเหยของตัวสมุนไพร อย่าง ข่า ตะไตร้ และ ใบมะกรูด หากเราใช้ไฟแรงเลย น้ำมันหอมระเหยจะระเหยจนทำให้น้ำแกงไม่มีรสหอมจากสมุนไพรเลย เสียรสชาติของอาหาร
    รสเปรี้ยวของเมนูนี้ จะได้ความเปรี้ยวจากใบมะขามอ่อน หากความเปรี้ยวไม่พอ ให้เลือกเพิ่มความเปรี้ยวจากน้ำมะขามเปียก

    ส่วนผสม

    ปลาหมึกกล้วย 4 ตัว หั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ
    ข่า 1 หัว หั่นเป็นแผ่นหนาๆ
    ตะไคร้ 1 ต้น
    หอมหัวแดง 5 หัวบุบพอแตก
    ใบมะกรูด 6 ใบ
    พริกขี้หนูสวน 10 เม็ดบุบพอแตก
    ใบมะขามอ่อน 1 กำมือ
    น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
    น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต้ะ
    น้ำเปล่า 2 ถ้วย
    ต้นหอมซอบหยาบๆ 1 ต้น
    ผักชีฝรั่ง 1 ต้น ซอยหยาบๆ

    วิธีทำ

    เริ่มจากเตรียมเครื่องสำหรับทำต้มส้มให้พร้อมก่อน โดยเฉพาะ ปลาหมึก ต้องล้างให้สะอาด เพื่อไม่ให้คาว
    เริ่มทำโดย ตั้งหม้อต้มน้ำเปล่าให้เดือด จากนั้นเมื่อน้ำเดือด ให้ลดไปเป็นไฟอ่อนๆ ใส่ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และ หอมแดงลงไปต้ม ค่อยๆต้มด้วยไฟอ่อนให้หอม
    จากนนั้นใส่ใบมะขามอ่อนลงไป และ ปรุงรสด้วย น้ำปลา พริกขี้หนูสวน และ น้ำตาลทราย เมื่อได้รสชาติกลมกล่อม
    ให้ใส่ปลาหมึกลงไปต้ม ไม่ต้องต้มนาน เดี๋ยวปลาหมึกแห้งและแข็ง เมื่อปลาหมึกได้ที่ จึงปิดไฟ และ ใส่ต้นหอมและผักชีฝรั่ง

    ปลาหมึกเป็นอาหารทะเล และ ในอาหารทะเลมีไอโอดีนอยู่สูงถึง 54 ไมโครกรัมต่ออาหารที่กินได้ 100 กรัม ถึงแม้ว่าธาตุไอโอดีนจะเป็นธาตุที่ร่างกายต้องการน้อยมาก แต่หากได้รับไม่เพียงพอจะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาอย่างมากมายทีเดียว ซึ่งโรคที่เกิดจากการขาดสารไอโอดีน เช่น โรคคอหอยพอก สมองทำงานไม่ปกติ พัฒนาการ และการเรียนรู้ช้า และหากในขณะตั้งครรภ์ คุณแม่ได้รับไอโอดีนน้อยเกินไป ลูกในท้องก็อาจจะเติบโตช้า และเสี่ยงต่อภาวะพิการ…

  • ตับผัดหน่อไม้ฝรั่งอาหารที่ทำให้ธาตุเหล็กดูดซึมเร็ว สูตรอาหาร เหมาะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เป็นช่วงที่จำเป็นต้องได้รับธาตุเหล็กในปริมาณที่มากขึ้นกว่าเดิม

    ตับผัดหน่อไม้ฝรั่งอาหารที่ทำให้ธาตุเหล็กดูดซึมเร็ว

    ตับผัดหน่อไม้ฝรั่งอาหารที่ทำให้ธาตุเหล็กดูดซึมเร็ว ธาตุเหล็ก นับว่าเป็นอีกหนึ่งอย่างที่จำเป็นสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ทั้งหลาย เพราะนอกจากจะช่วยให้ทารกในครรภ์มีร่างกายที่แข็งแรง ช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดและสมองแล้ว ยังช่วยให้คุณแม่ไม่หน้ามืดเป็นลมง่าย ๆ อีกด้วย อาหารที่ให้ธาตุเหล็กชนิดดูดซึมเร็ว ได้แก่ อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ เครื่องใน หรือ อย่างเช่นเมนูตับหมูที่เราคัดสรรมาในวันนี้ ตับหมู ต้องใช้ ตับหมูที่สด ใหม่ วันต่อวัน โดย การเลือกซื้อตับหมู ที่สดใหม่นั้น ต้องเลือกตับที่เนื้อเด้ง สีอ่อน เงาวาว ลักษณะแบบนี้จะเป็นตับหมูที่สด ลักษณะตับที่ไม่สด คือ สีจะแดงเข้ม หากเห็นว่าตับหมูมีสีแดงเข้ม ไม่ให้เลือกซื้อมาทำ
    ตับ ต้องล้างให้สะอาด เพื่อลดการคาวของตับ
    ตับหมู ให้หั่นให้ขนาดพอดี ไม่บางหรือหนาเกินไป และเมนูตับ สุกง่าย แต่ต้องลวกให้พอสุก จึงจะอร่อย อย่าลวกสุกเกินไป เนื่องจากตับจะแข็งและขม ไม่อร่อย
    หน่อไม้ฝรั่ง สุกง่าย ดังนั้น การหั่นให้ชิ้นยาวหน่อย และเวลาผัดไม่ต้องผัดนาน ผัดพอสะดุ้งไฟ เพื่อให้ หน่อไม้ฝรั่ง ยังมีความกรอบ จะอร่อย หากผัดนาน จะนุ่มและเหนียว
    เมนูตับผัด สามารถลวกตับไว้ก่อน และนำมาผัดขั้นตอนสุดท้าย เพื่อให้เราสามารถกะความสุกของตับได้ดี

    ตับผัดหน่อไม้ฝรั่งอาหารที่ทำให้ธาตุเหล็กดูดซึมเร็ว

    ส่วนผสม

    ตับหมู หั่นเป็นชิ้นพอคำ 1 จาน
    หน่อไม้ฝรั่ง หั่นเป็นชิ้นพอคำ 1 จาน
    น้ำตาล 1 ช้อนโต้ะ
    ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนโต้ะ
    ซอสน้ำมันหอย 2 ช้อนโต้ะ
    น้ำมันพืช 2 ช้อนโต้ะ
    น้ำซุป 3 ช้อนโต้ะ

    วิธีทำ

    นำ ตับหมู ไปลวก จากนั้นนำไปน็อคน้ำเย็น และพักไว้ก่อน
    ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน จากนั้น ใส่ ซอสถั่วเหลือง น้ำตาล และ ซอสน้ำมันหอย ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน จากนั้นใส่ หน่อไม่ฝรั่ง ลงไปผัด ใส่ น้ำซุป ลงไป ผัดให้ หน่อไม้ฝรั่ง เริ่มอ่อน
    ใส่ ตับ ลงไปผัด ให้เข้ากับส่วนผสมทั้งหมด ก็สามารถเสริฟใส่จานรับประทานได้…

  • ครบรส บอกตั้งแต่วิธีทำแป้ง น้ำจิ้ม และไส้ บอกเรยอร่อยสุดๆ

    ปากหม้อญวนสูตรน้ำจิ้มรสเด็ด

    ปากหม้อญวนสูตรน้ำจิ้มรสเด็ด เคล็ดลับการทำปากหม้อญวน อาหารเวียดนาม ปากหม้อ ภาษาเวียดนาม เรียก แบ๋งก๋วน เคล็ดลับการทำปากหม้อ คือ วัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการเตรียมอาหาร  แป้ง ต้องหมักก่อน 1 คืน ให้แป้งอิ่มตัว และ แป้งเป็นเนื้อเดียวกัน
    การปรุงแป้ง มีส่วนผสมของกะทิ ให้ใส่กะทิก่อนที่จะนำมาทำอาหาร ไม่ต้องใส่ลงไปพร้อมขั้นตอนการหมักแป้ง
    แป้ง ไม่ควรเก็ยไว้นานเกิน 48 ชั่วโมง เพราะ แป้งจะบูด
    หมูสับ ให้นำไปลวกก่อน และ ทำให้สะเด็ดน้ำ เพราะไส้ปากหม้อต้องการไส้ที่แห้งๆ ไม่ชุ่มน้ำ และ การลวกหมูสับก่อน จะช่วยให้เราสามารถล้างหมูสับก่อน และ ผัดปรุงรสได้ง่าย ลดกลิ่นคาว
    ผ้าสำหรับขึงปากหม้อ ต้องใช้ผ้าเนื้อละเอียด ผ้าร่ม หรือ ผ้าโทเล
    หม้อนึ่ง ต้องใช้ไฟแรง ให้เกิดไอน้ำดันแป้งทำให้แป้งสุก
    พริกสำหรับทำน้ำจิ้ม ให้นำไปต้มก่อน เพื่อให้พริกหมดกลิ่นเหม็นเขียว

    ส่วนผสมสำหรับทำแป้งปากหม้อญวน

    แป้งข้าวจ้าว 1 ถ้วยตวง
    แป้งมัน 4 ช้อนโต้ะ
    แป้งท้าวยายม่อม 2 ช้อนโต้ะ
    น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง
    เกลือ 2 ช้อนชา
    กะทิ 2 ช้อนโต้ะ
    น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต้ะ

    วิธีการทำแป้งปากหม้อ

    เตรียมภาชนะ สำหรับใส่แห้งก่อน นำ แป้งข้าวจ้าว แป้งท้าว และ แป้งมัน ผสมกัน จากนั้นเทน้ำลงไปตามอัตราส่วน และ ทิ้งค้างคืนเอาไว้ก่อน เพื่อให้แป้งอิ่มตัว
    จากนั้น นำ กะทิ ผสม น้ำตาล และ เกลือ ละลายให้ส่วนผสมละลายเข้ากัน
    นำกะทิ มาผสมกับ แป้งที่หมักเอาไว้ เพียงเท่านี้ก็ได้ แป้งสำหรับปากหม้อ หอม เหนียว นุ่ม

    ส่วนผสมสำหรับทำไส้ปากหม้อ

    เนื้อหมูสับ 1 กิโลกรัม
    ต้นหอม ครึ่งกิโลกรัม นำมาซอยเล็กๆ
    ซอสน้ำมันหอย 2 ช้อนโต้ะ
    ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต้ะ
    พริกไทยป่น 2 ช้อนโต้ะ
    เกลือป่น 1 ช้อนชา

    วิธีทำไส้ปากหม้อ

    เริ่มจากการซอยต้นหอม ก่อน ส่วนโคนต้นหอมขาวๆ ให้นำมาสับให้ละเอียด หรือ ไม่นำมารับทำอาหาร เพราะส่วนนี้ กลิ่นฉุนแรง
    ต้มน้ำให้เดือด จากนั้นนำ หมูสับไปลวกให้สุก จากนั้นนำมาพักให้สะเด็ดน้ำ
    ตั้งกระทะสำหรับผัด ใส่หมูสับลวกลงไป ปรุงรสด้วย ซอสน้ำมันหอย ซอสปรุงรส เกลือ และ พริกไทยป่น คลุกเคล้าให้เครื่องปรุงเข้ากันกับเนื้อหมูสับ
    ใส่ใบหอมซอยลงไป คลุกเคล้าให้ส่วนผสมเข้ากัน โดยไม่ต้องใช้ไฟแรง เมื่อใบหอมเข้ากับเนื้อหมูสับแล้วก็ปิดไป เตรียมใส่หม้อเตรียมอาหาร และ พักเอาไว้ให้เย็น

    ส่วนผสมสำหรับทำน้ำจิ้มปากหม้อ

    น้ำเชื่อม 10 ช้อนโต้ะ
    น้ำปลา 5 ช้อนโต้ะ
    เกลือ 1 ช้อนชา
    พริกสด 10 – 20 เม็ด
    น้ำมะนาว 3 ช้อนโต้ะ

    วิธีทำน้ำจิ้มปากหม้อ

    เริ่มจากการต้มพริกให้สุกก่อน จากนั้นนำมาบดให้ละเอียด หรือ เข้าเครื่องปั่นก็ได้
    ผสม น้ำเชื่อม เกลือ น้ำปลา น้ำมะนาว และ พริก ตามอัตราส่วนที่กำหนด แต่พริก สามารถเลือกใส่ตามความพอใจได้

    ส่วนผสมสูตรสำเร็จปากหม้อสูตรอร่อย

    แป้งสำหรับทำปากหม้อ
    ไส้หมูสับ
    หอมเจียว
    หมูยอ หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ตามใจชอบ
    หม้อต้มสำหรับนึ่ง โดยใช้ ผ้าร่ม ห่อปากหม้อต้ม และ เจาะรูให้ไอน้ำระบายออกได้ และ มีฝาสำหรับปิดหม้อต้ม

    วิธีทำสูตรสำเร็จปากหม้อสูตรอร่อย

    ต้มหม้อนึ่งให้เดือด มีไอน้ำออกมามาก และ หม้อร้อนระอุ
    เทแป้งลงไปบนผ้าปากหม้อนึ่ง เกลี่ยให้ทั่วหม้อ ขั้นตอนนี้ทำเร็วๆก่อนที่แป้งจะสุก และ ปิดฝาหม้อนึ่ง รอให้แป้งสุก
    จากนั้น วางไส้ลงบนแป้งนึ่ง และ ห่อให้เป็น แท่ง และ เสริฟใส่จาน
    ทำตามจำนวนที่ต้องการ โรยหน้าด้วยหอมเจียว ทานร่วมกับ หมูยอ และ น้ำจิ้มปากหม้อ…

  • แสร้งว่ากุ้งสูตรเด็ด

    แสร้งว่ากุ้งสูตรเด็ด เปิดตับหรับ อาหารไทย ชาววัง

    แสร้งว่ากุ้งสูตรเด็ด

    แสร้งว่ากุ้งสูตรเด็ด กุ้งแม่น้ำ ให้เลือกกุ้งตัวโตๆหน่อย จะได้เนื้อมากๆ และ เลือกกุ้งที่สดใหม่ โดย เทคนิคการเลือกกุ้ง ให้เลือกกุ้งที่มีความสมบรูณ์ เปลือกไม่หลุดจากตัว หัวไม่หลุด เนื้อแน่น และ ไม่มีกลุ่นเน่า
    เทคนิคการทำอาหารประเภทกุ้ง เนื่องจากเนื้อกุ้ง หากทำให้สุกเกินไป เนื้อกุ้งจะแข็งกระด้าง ไม่น่ารับประทาน การทำเนื้อกุ้ง ให้ย่างให้สุกพอประมาณ ไม่ให้กุ้งสุกเกินไป
    เนื้อกุ้งให้หั่นให้มีขนาดพอดีคำ เพื่อความสะดวกในการรับประทาน
    สำหรับคนที่ไม่ชอบกินเผ็ด สามารถเอาพริกออกจากส่วนผสมได้
    ใบมะกรูด ส่วนแกนใบเป็นส่วนที่มีรสขม ให้นำแกนใบออกก่อน และ ส่วนเนื้อใบมะกรูด เป็นส่วนที่ให้กลิ่นหอม ให้นำมาซอยให้ออกกลิ่นหอม
    รสชาติของน้ำยำ เมนูนี้ จะ หอม หวาน เค็ม เปรี้ยว และ อ่อนเผ็ด

    แสร้งว่ากุ้งสูตรเด็ด

    ส่วนผสม

    กุ้งแม่น้ำ 3-4 ตัว
    ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต้ะ
    หอมแดงซอย 2 ช้อนโต้ะ
    พริกขี้หนูสวน 2 ช้อนโต้ะ ซอยเฉียงๆ
    ใบมะกรูดซอย 2 ช้อยนโต้ะ
    ขิงซอย 2 ช้อนโต้ะ
    น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต้ะ
    น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต้ะ
    น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
    น้ำมะนาว 2 ช้อนโต้ะ

    วิธีทำ

    เริ่มจากการนำกุ้งแม่น้ำ ไปย่างให้สุก จากนั้นแกะเปลือก และ นำเนื้อกุ้งมาหั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ
    เตรียมปรุงน้ำยำ โดย ใส่ น้ำพริกเผา น้ำปลา น้ำตาลทราย และ น้ำมะนาว ให้ส่วนผสมละลายเข้ากัน
    ใส่ เนื้อกุ้งย่าง ขิง ตะไคร้ ใบมะกรูด พริกขี้หนูสวน และ เนื้อกุ้ง นำมาคลุกเคล้ากับน้ำยำให้ส่วนผสมเข้ากัน
    เสริฟ ยำใส่จาน จัดหน้าให้สวยงาม พร้อมรับประทาน…

  • จานนี้เค้าว่าเด็ดข้าวผัดปู

    จานนี้เค้าว่าเด็ดข้าวผัดปู สูตรไม่เหมือนใคร รับรองอร่อย ซู๊ด ซูด

    จานนี้เค้าว่าเด็ดข้าวผัดปู อาหารนานาชาติ

    จานนี้เค้าว่าเด็ดข้าวผัดปู  ข้าวสำหรับนำมาทำข้าวผัด ต้องใช้ข้าวหอมมะลิเก่า เนื่องจากข้าวหุงสุก จะสวย นุ่ม และข้าวไม่เละเกินไป
    เทคนิคการเตรียมข้าวสำหรับนำมาทำข้าวผัด ต้องให้ข้าวหุงสุกคลายความชื้นก่อน เทคนิคสำคัญ คือ เข้าข้าวหุงสุกไปแช่ในตู้เย็นก่อน
    เทคนิคการผัดข้าว ให้ผัดข้าวไปเรื่อยๆ อย่าขยี้ข้าวให้เละ ซึ่งเมื่อข้าวหุงสุกเย็นๆ โดนความร้อน ข้าวจะแตกตัวออกมาเอง จะไม่เสียรูปเม็ด หากนำข้าวหุงสุกมาใหม่ๆ และนำไปผัดข้าวเลยข้าวมีความชื้นสูง ข้าวจะเละไม่น่ารับประทาน
    เนื้อปู สำหรับนำมาทำข้าวผัดปู วัตถุดิบต้องใช้วัตถุดิบที่สด ใหม่ และ สะอาด
    เทคนิคการผัดข้าวผัด อยู่ที่การใช้ไฟ ต้องใช้ไฟในตอนผัดแรง แต่เมื่อนำข้าวลงไปผัดให้ลดความร้อนลงเป็นไปปานกลาง
    การทำให้เนื้อปูไม่คาว โดยนำเนื้อปูไปนึ่งกับข่าก่อน

    ส่วนผสมสำหรับทำจานเด็ดข้าวผัดปู

    ข้าวหุงสุก 1 ถ้วยตวง
    เนื้อปูนึ่ง 4 ช้อนโต้ะ
    ข่าหั่นเป็นชิ้น 4-5 ชิ้น
    ต้นหอม 1 ต้น ซอย
    พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
    มะเขือเทศ ครึ่งลูก หั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ
    ไข่ไก่ 1 ฟอง
    น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
    ซอสน้ำมันหอย 1 ช้อนชา
    ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต้ะ
    น้ำมันพืช 2 ช้อนโต้ะ
    แตงกวาหั่นเป็นชิ้น 3 ชิ้น
    พริกน้ำปลา สำหรับกินกับข้าวผัด

    วิธีทำจานเด็ดข้าวผัดปู

    เริ่มจากการนึ่งปูก่อน นำข่าหั่น ผสมกับเนื้อปู และนำไปนึ่งให้สุก จากนั้นนำเนื้อปูมาพักเอาไว้ก่อน
    หุงข้าวหอมมะลิ เก่า นำข้าวสารมาหุงให้สุก ให้เป็นเม็ดสวยๆ จากนั้น ทิ้งไว้ให้ข้าวเย็น คลายความชื้นก่อน หรือ จะนำไปแช่ในตู้เย็นก็ได้ เมื่อได้เนื้อปู และ ข้าวหุงสุก พร้อมสำหรับทำข้าวผัด เริ่มทำข้าวผัดปูได้
    ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน จากนั้นตอกไข่ไก่ลงไป ทิ้งไว้สักครู่ให้ไข่สุกเป็นชิ้นก่อน จากนั้นจึงกวนไขให้เป็นชิ้นเล็กๆ ก่อน
    ใส่ข้าวหุงสุกลงไปผัด เทคนิคสำคัญ ต้องไม่ขยี้ข้าว ผัดไปเรื่อยๆอย่าให้เม็ดข้าวเละ ความร้อนจะทำให้ข้าวแตกตัวออกมาเอง
    ปรุงรสด้วย พริกไทย น้ำตาลทราย ซอสปรุงรส และ ซอสน้ำมันหอย ผัดไปเรื่อยๆ
    จากนั้นใส่เนื้อปูลงไปผัด ให้เข้ากับข้าว จากนั้น ใส่ มะเขือเทศ ต้นหอม คลุกเคล้าเบาๆ อย่าให้มะเขือเทศเละ
    เสริฟ ข้าวผัดปูใส่จาน จัดหน้าจานด้วย แตงกวา และ พริกน้ำปลา  พร้อมเสริฟ รับประกันความอร่อย…