หมวดหมู่: สูตรอาหาร เมนูอร่อย

  • ตำถั่วหมูกรอบตำหรับอาหารอีสาน

    ตำถั่วหมูกรอบตำหรับอาหารอีสาน สุดแซ่บ อาหารพื้นบ้านที่ใครๆก้รู้จัก

    ตำถั่วหมูกรอบตำหรับอาหารอีสาน

    ตำถั่วหมูกรอบตำหรับอาหารอีสาน เคล็ดลับความอร่อยก่อนเข้าครัว การทำตำถั่วหมูรอบ

    ถั่วฝักยาว เพื่อรักษาความสดให้นำถั่วฝักยาวหั่น และแช่ในน้ำเกลือ เย็นๆ จะทำให้ถั่วฝักยาวรักษาความสดได้ถั่วฝักยาวให้โขรกให้แหลก หยาบๆ ให้ใหลือชิ้นเนื้อของถั่วฝักยาวบ้าง
    โขรกหมูกรอบให้หนังแหลกส่วนหนึ่ง ให้เวลากิน มีหนังหมูกรอบๆ กรุบๆ เวลากินได้รสชาติความเป็นตำถั่ว
    ถั่วลิสง ให้ใช้ถั่วลิสง ที่คั่วเอง คั่วแบบสดๆ จะได้ถั่วที่กรอบ หอม อร่อย
    กุ้งแห้ง ให้เลือกใช้กุ้งเกรดเอ ตัวโตๆ นำมาล้างให้สะอาด จากนั้นนำไปอบให้แห้งอีกครั้ง
    มะเขือเทศ ไม่ต้องโขรกให้ละเอียด เนื่องจากมะเขือจะเละ ไม่น่ารับประทาน
    น้ำตาลสำหรับทำส้มตำต้องเป็นน้ำตาลปี๊บ จะได้ความหวานหอม อร่อยตามแบบฉบับส้มตำ
    หมูกรอบ ต้องใช้หมูสามชั้นส่วนสันคอ ที่มีมันหมูสามส่วน และ เนื้อหมูเจ็ดส่วน นำไปต้ม ตากให้แห้ง และ นำไปทอด และ ย่าง
    พริกให้เลือกใช้พริกขี้หนูสวน จะได้ความเผ็ดอร่อย แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบกลิ่นเหม็นเขียวของพริกสด สามารถใช้พริกแห้งแทนได้ ความเผ็ดคงเดิม แต่ไม่มีกลิ่นพริก
    กระเทียม สำหรับทำส้มตำ ต้องเป็นกระเทียมไทย ความหอมอร่อยจะมากกว่ากระเทียมจีน

     

    ส่วนผสม

    ถั่วฝักยาว หั่นท่อน 4-5 ฝัก
    กุ้งแห้ง 2 ช้อนโต้ะ
    กระเทียม 2 กลีบ
    พริกขี้หนูสวน 4-5 เม็ด
    น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต้ะ
    น้ำปลา 1 ช้อนโต้ะ
    น้ำมะนาว 1 ช้อนโต้ะ
    ไข่ต้ม หั่นเป็นชิ้น 1 ฟอง
    หมูกรอบ หั่นเป็นชิ้น 10 – 15 ชิ้น
    มะเขือเทศ หั่นชิ้น 1 ลูก
    ถั่วลิสงคั่ว 2 ช้อนโต้ะ

    ตำถั่วหมูกรอบตำหรับอาหารอีสาน

    วิธีทำ

    ต้องเตรียมหมูกรอบก่อน เนื่องจากหมูกรอบใช้เวลาทำนาน ต้องนำหมูสามชั้น ลวกก่อน นำมาตากให้แห้ง และ นำไปทอดหนังให้กรอบ เมื่อได้หมูกรอบ เรียบร้อย เราจะเริ่มทำส้มตำกัน
    โขรก กุ้งแห้ง กระเทียม และ พริกขี้หนูสวน ก่อนจากนั้น ปรุงรสด้วย น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และ น้ำมะนาว ผสมให้ส่วนผสมเข้ากันก่อน
    จากนั้นใส่ ถั่วฝักยาวลงไปโขรก ไม่ต้องให้ละเอียด โขรกให้ถั่วบุบและแตกเป็นชิ้นๆ
    จากนั้นใส่ มะเขือเทศ และ ถั่วลิสงลงไปผสม
    เสริฟใส่จาน โรยด้วยหมูกรอบ พร้อมรับประทานได้…

  • ทอดมันปลากรายอาหารไทยสูตรโบราณ

    ทอดมันปลากรายอาหารไทยสูตรโบราณ เนื้อปลากรายปรุงรสกับพริกแกงและเครื่องปรุง

    ทอดมันปลากรายอาหารไทยสูตรโบราณ

    ทอดมันปลากรายอาหารไทยสูตรโบราณ เคล็ดลับการทำทอดมันปลากราย การเลื้อเนื้อปลากรายบด ให้เลือกใช้เนื้อปลากรายสดๆ โดยให้สังเกตุจากสีของเนื้อปลากรายจะมีสีชมพู
    เทคนิคการนำเนื้อปลากรายมาทำอาหาร ให้นำเนื้อปลากรายให้แช่เย็น เนื่องจากความเย็นจะช่วยทำให้เนื้อปลาเกาะตัวเป็นรูปทรงดี
    ไข่ไก่ จะช่วยให้เนื้อปลากรายจับตัวเป็นชิ้นไม่แตกเวลาลงไปทอด
    พริกแกงเผ็ด หากโขรกเอง จะช่วยให้สามารถควบคุส่วนผสมได้ดี
    น้ำมันพืชสำหรับทอด ให้เลือกใช้น้ำมันใหม่ นำใบกระเพราลงไปทอดก่อน น้ำมันที่ทอดใบกระเพราจะมีกลิ่นหอม ทำให้ทอดมันมีกลิ้นหอมน่ากิน
    การปรุงรสทอดมันนั้น หากไม่มั่นใจในรสชาติให้ปรุงรสอ่อนๆ ไว้ก่อน แล้วค่อยเติมน้ำตาลและน้ำปลา เพิ่มหากรสชาติยังไม่ดี
    ใบกระเพรา ต้องล้างให้สะอาด และสะบัดให้สะเด็ดน้ำก่อน เนื่องจากหากมีน้ำคั่งค้าง เวลาทอดจะทำให้ทอดมันมีรสจืด
    ใบมะกรูด ให้เลือกใช้ใบไม่แก่มาก และไม่อ่อนมาก ใบอ่อนสีเขียวอ่อน รสจะไม่ค่อยหอม และให้เอาส่วนของแกนใบออก เพราะแกนใบมะกรูดให้รสขมไม่น่ากิน

    ทอดมันปลากรายอาหารไทยสูตรโบราณ

    ส่วนผสม

    เนื้อปลากรายบด 1 ถ้วยตวง
    ไข่ไก่ 2 ฟอง
    ถั่วฝักยาว ซอยบางๆ 10 ช้อนโต้ะ
    ใบมะกรูด ซอย 3 ช้อนโต๊ะ
    น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต้ะ
    เกลือป่น 1 ช้อนชา
    พริกแกงเผ็ด 1 ช้อนโต๊ะ
    น้ำมันพืชสำหรับทอด 2 ถ้วยตวง (ปริมาณให้ท่วมปลากรายที่จะทอด)
    แตงกวา หั่นเป็นชิ้นเล็กพอดีคำ 1 ถ้วยตวง
    ถั่วลิสงคั่วบด 3 ช้อนโต้ะ
    น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต้ะ
    น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต้ะ
    พริกขี้หนูสวนบด 1 ช้อนชา
    ใบกระเพรา 1 กำมือ

    วิธีทำ

    เริ่มจากการทำน้ำจิ้มก่อน โดยตั้งหม้อต้ม ใส่ น้ำเปล่า น้ำตาลทราย เกลือ และ น้ำส้มสายชู เคี้ยวจนเริ่มเหนียวก็ปิดไป ทิ้งเอาไว้ให้น้ำจิ้มเย็น และ เซ็ตตัว เวลาเสริฟน้ำจิ้ม ให้ใส่ พริกสดบด แตงกวา และ ถั่วลิสงคั่วบด ลงไปผสม
    เริ่มทำทอดมัน โดย นำพริกแกงเผ็ด ปรุงรส ด้วย ไข่ไก่ น้ำตาลปี๊บ และ เกลือ ผสมให้ส่วนผสมเข้ากัน จากนั้นใส่เนื้อปลากรายลงไป
    นวดให้เนื้อปลากรายเข้ากับพริกแกงเผ็ด จากนั้นใส่ถั่วฝักยาว และ ใยมะกรูดซอยลงไป นวดให้ถั่วฝักยาวเข้ากันกับเนื้อทอดมัน หมักทิ้งไว้ในตู้เย็น 3 ชั่วโมง เมื่อหมักได้ที่จะเริ่มทอดกันโดย
    ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน ใช้ไฟปานกลาง ใส่ใบกระเพราลงไปทอดให้กรอบ จากนั้นนำมาพักเอาไว้ก่อน
    ใช้น้ำมันเดิม ปั่นทอดมันเป็นก้อนกลมๆลักษณะแบน ใส่ลงไปทอดให้เหลืองสุก และนำขึ้นพักให้ทอดมันสะเด็ดน้ำมัน
    เสริฟทอดมัน โรยหน้าด้วยใบกระเพรากรอบ ทานคู่กับน้ำจิ้มอาจาดรสเด็ด…

  • ข้าวหมูกรอบน้ำราดสูตรพิเศษ

    ข้าวหมูกรอบน้ำราดสูตรพิเศษ หมูกรอบสูตรพิเศษ และ น้ำราดรสเด็ด วิธีทำข้าวหมูกรอบ ง่ายๆทำกินเองได้

    ข้าวหมูกรอบน้ำราดสูตรพิเศษ

    ข้าวหมูกรอบน้ำราดสูตรพิเศษ เคล็ดลับการทำข้าวหมูกรอบ  ข้าวหมูกรอบที่อร่อย ต้องมีข้าวสวยที่หุงอร่อย การหุงข้าวสวยให้อร่อย เป็น เคล็ดลับความอร่อยของข้าวหมูกรอบ ข้าวหอมมะลิกลางปี จะทำให้หุงข้าวได้สวย เม็ดข้าวไม่เละ หรือ แข็งเกินไป
    หมูกรอบ เป็น ตัวชูโรง สำหรับ เมนูข้าวหมูกรอบ ข้าวหมูกรอบที่อร่อย ต้องมีหมูกรอบที่อร่อยก่อน โดยหมูกรอบที่อร่อย ต้องหนังกรอบ เนื้อนุ่ม มีรสชาติของการหมัก การทำหมูหรอบ นั้น ต้องผ่านกระบวนการต่างๆ ทั้ง การนึ่ง การย่าง และการทอด
    การเลือกหมูสามชั้นสำหรับนำมาทำหมูกรอบ ใช้หมูสามชั้นส่วน สันคอหมู ที่ปริมาณของมันหมู 2 ส่วน ต่อ เนื้อหมู 8 ส่วน จึงจะได้ หมูกรอบที่อร่อย

    ข้าวหมูกรอบน้ำราดสูตรพิเศษ

    ส่วนผสม

    ข้าวสวย 1 ถ้วย
    หมูกรอบ ตามใจชอบ หั่นเป็นชิ้นพอคำ ดู วิธีทำหมูกรอบ
    แตงกวาซอย 4-5 ชิ้น
    หอมแดงบด 2 ช้อนโต้ะ
    กระเทียมบด 2 ช้อนโต้ะ
    เต้าเจี้ยวบด 2 ช้อนโต้ะ
    กะทิ 1 ถ้วย
    น้ำตาล 1 1/2 ช้อนโต้ะ
    ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต้ะ
    รากผักชีบด 1 ช้อนโต้ะ
    นมสด 1 ถ้วย
    ซีอิ้วดำ 1 ช้อนโต้ะ
    น้ำซุป 1 ถ้วย
    น้ำมัน 1 ช้อนโต้ะ
    แป้งมัน 1 ช้อนโต้ะ ( ละลายน้ำ 2 ช้อนโต้ะ )

    วิธีทำ

    ตั้งกระทะน้ำมัน เอา กระเทียม และ หอมแดง บดลงไปผัดจากนั้นตามด้วย เต้าเจี้ยวบด ผัดให้หอม
    จากนั้นใส่ กะทิ น้ำซุป ลงไป ปรุงรสด้วย รากผักชี น้ำตาล ซอสหอยนางรม ซีอิ้วดำ และ นมสด เคี่ยวให้ส่วนผสมง่วนเข้ากัน
    สุดท้ายใส่ แป้งผสมน้ำ ลงไป ผัด ให้เหนียวพอประมาณ จากนั้นพัก น้ำราดหมูกรอบ ไว้ก่อน
    เสริฟ ข้าวสวย หมูกรอบ ( วิธีทำหมูกรอบ ) แต่งหน้าด้วยแตงกวา และเสริฟพร้อม น้ำราดหมูกรอบ ทานคู่กับ ซีอิ้วดำผสมน้ำส้วมสายชู…

  • สูตรต้มแซ่บกระดูกอ่อนแม่ศรีเรือน

    สูตรต้มแซ่บกระดูกอ่อนแม่ศรีเรือน เมนูต้มยำ อีสาน สุดแซ่บ แสนอร่อย

    สูตรต้มแซ่บกระดูกอ่อนแม่ศรีเรือน

    สูตรต้มแซ่บกระดูกอ่อนแม่ศรีเรือน มีเทคนิคความอร่อยอยู่ที่ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การเตรียมอาหาร และการปรุงรส เทคนิคการทำที่เพิ่มความอร่อยของอาหาร รายละเอียดมีดังนี้  การเลือกซื้อซี่โครงหมู ต้องเลือกซี่โครงหมูที่สดๆ ถูกหลักอนามัย การเลือกหมูที่สด ให้สังเกตุที่สีของเนื้อหมูยังมีความสดอยู่ เนื้อยังแน่นเด้ง  ซี่โครงกระดุกอ่อน เลือกส่วนที่อ้วนๆ มีมันแทรก เวลากินมีเนื้อเยอะ อร่อย  ให้ล้างหมูให้สะอาด การทำความสะอาดเนื้อหมูมีเทคนิคการทำความสะอาดด้วยเกลือ การใช้เกลือจะทำให้กลิ่นของเนื้อหมูหายไป ได้รสชาติของเนื้อหมูที่อร่อย น้ำซุปที่ใช้ในการทำต้มแซ่บ ให้ใช้น้ำซุปกระดูกหมู ความหอมหวานของน้ำซุป เพิ่มความกลมกล่อมของอาหาร เทคนิคการต้ม ข่า ตะไคร้ และ ใบมะกรูด ให้ใช้ไฟอ่อนๆ ค่อยๆต้มให้ความหอมของสมุนไพรออกมาอย่างเต็มที่ ใบมะกรูด ให้เอาส่วนของแกนใบออก เนื่องจากแกนใบจะทำให้มีรสขม ไม่น่ารับประทาน ความเปรี้ยวของเมนูนี้ เลือกใช้น้ำมะขามเปียก ที่มีความหวานและเปรี้ยว เพราะ น้ำมะขามเปียก เหมาะสำหรับทำแกงอีสานมากที่สุด

    ส่วนผสม

    ซี่โครงหมูส่วนกระดูกอ่อน หั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ 10 – 20 ชิ้น
    ข่าแก่ หั่นบางๆ 4 ชิ้น
    มะเขือเทศหั่น 3-4 ชิ้น
    น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
    ต้นตะไคร้ หั่นเป็นท่อน 3-4 ท่อน
    ผักชีฝรั่งซอย 2 ช้อนโต้ะ
    หอมใหญ่ซอบหนาๆ 2 ช้อนโต้ะ
    ใบมะกรูดฉีก 2 ใบ
    น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต้ะ
    น้ำปลา 1 ช้อนโต้ะ
    พริกสดบุบ 4-5 เม็ด
    พริกป่น 1 ช้อนชา

    สูตรต้มแซ่บกระดูกอ่อนแม่ศรีเรือน

    วิธีทำ

    ต้มน้ำซุปกระดูกหมู โดยใส่ซี่โครงกระดูกอ่อนลงไปต้มด้วย ใช้ไฟอ่อนๆ ต้มเคี้ยว 4-5 ชั่วโมง จะได้น้ำซุปหมูหวานๆ และ ซี่โครงหมูที่เนื้อนุ่มเปื่อยน่ากิน
    จากนั้น ตั้งหม้อต้ม เอาน้ำซุปใส่ลงไป ใช้ฟอ่อนๆ ใส่ มะเขือเทศ หอมใหญ่ ข่า ตะไคร้ และ ใบมะกรูด ลงไป ต้มให้กลิ่นหอมของสมุนไพรออกมาอย่างเต็มที่
    ปรุงรสด้วย พริกสด พริกป่น น้ำปลา น้ำมะขามเปียกและน้ำตาลปี๊บ ชิมให้ได้รสชาติที่พอใจ
    ใส่กระดูกอ่อนลงไป และ ใส่ผักชีฝรั่งลงไปด้วย ปิดไฟ เสริฟใส่ถ้วยพร้อมรับประทาน…

  • เมนูหมูกรอบผัดกุยช่าย

    เมนูหมูกรอบผัดกุยช่าย เมนูอาหาร ยอดนิยม

    เมนูหมูกรอบผัดกุยช่าย

    เมนูหมูกรอบผัดกุยช่าย เคล็ดลับการทำหมูกรอบผัดใบกุยช่าย หมูกรอบ เป็นวัตถุดิบหลักของเมนูนี้ อร่อยไม่อร่อยต้องมีหมูกรอบที่อร่อย โดย เทคนิคการทำหมูกรอบที่อร่อย สามารถดูได้ในเว็บไซต์ ที่เราเคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้แล้ว หมูสามชั้นต้องเป็น หมูที่มีเนื้อ 80% มันหมู 20% ดดยผ่านเทคนิคการ การหมัก การนึ่ง การผึ่งลม และ การอบ หรือ การทอด
    ใบกุยช่าย ให้เลือกใช้ใบกุบช่ายขาว แบบสดๆ วิธีดูผักสดๆ ให้ดูลักษณะใบและความชื้นของโคนใบว่ายังมีความชุ่มอวบน้ำอยู่ หากโคนใบแห้งแปลว่าผักไม่สดแล้ว
    พริก ให้เลือกใช้ พริกขี้หนูสวน ซึ่งให้รสเผ็ด โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ พริกบด และ พริกหั่นเฉียงๆ เพื่อให้ได้รสชาติ และ สีสันที่สวยงามน่ารับประทาน
    เต้าเจี้ยว สำหรับเมนูนี้ หากเลือดใช้เต้าเจี้ยวบด อย่างดี และนำเต้าเจี้ยวมาผัดปรุงรสก่อน จะได้เต้าเจี้ยวที่อร่อย โดย เทคนิคการผัดเต้าเจี้ยว นำเต้าเจี้ยวมาผัดกับ กระเทียม และ น้ำตาลปี๊บ
    กระเทียม ให้เลือกใช้กระเทียมไทย ซึ่งกระเทียมไทยขนาดไม่ใหญ่ แต่ให้ความหอม กระเทียมไทยจึงเหมาะสำหรับนำมาทำอาหารผัด โดยเฉพาะ อาหารไทย
    น้ำมันพืชสำหรับผัด ต้องเป็นน้ำมันใหม่ ที่ไม่ผ่านการทอดหรือผัดมาก่อน เพราะ น้ำมันเก่าจะมีกลิ่นของอาหารเก่าทำให้รสชาติของอาหารเสีย และ ที่สำคัญไม่ดีต่อสุขภาพ

    ส่วนผสม

    ใบกุยช่ายขาว 4-5 ต้น นำมาหั่นเป็นท่อนพอคำ
    หมูกรอบ หั่นเป็นชิ้น 15-20 ชิ้น
    พริกขี้หนูสวน 4-5 เม็ด หั่นเฉียงๆ
    กระเทียม 3 กลีบ นำมาบุบให้แตก
    ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต้ะ
    เต้าเจี้ยวบด 1 ช้อนโต้ะ
    ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนโต้ะ
    น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
    น้ำซุปกระดูก 1 ทัพพี
    น้ำมันพืช สำหรับผัด 2 ช้อนโต้ะ

    วิธีทำ

    เริ่มจากการตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน จากนั้นใส่กระเทียมลงไปผัดให้หอม
    จากนั้นใส่ พริกขี้หนูสวน เต้าเจี้ยวบด ลงไปผัด
    ปรุงรสด้วย น้ำตาลทราย ซอสน้ำมันหอย และ ซอสถั่วเหลือง
    ใส่ หมูกรอบ และ ใบกุยช่ายลงไปผัด ผัดให้ใบกุยช่ายสุก ก็ปิดไฟ เสริฟใส่จานพร้อมรับประทาน แนะนำให้ ทานคู่กับ พริกน้ำปลา กับข้าวง่ายๆ เมนูใบกุยช่าย…

  • เมนูอาหารไทยผัดเผ็ดหมูป่า

    เมนูอาหารไทยผัดเผ็ดหมูป่า อาหารป่า อาหารไทยพื้นบ้าน

    เมนูอาหารไทยผัดเผ็ดหมูป่า

    เมนูอาหารไทยผัดเผ็ดหมูป่า เคล็ดลับการทำผัดเผ็ดหมูป่า เทคนิคการเลือกซื้อเนื้อหมูป่า ให้เลือกเนื้อหมูป่าส่วนเนื้อติดหนัง เป็น เนื้อสามช้้นของหมูป่า เทคนิคการเลือกซื้อเนื้อหมูป่า ให้เลือกเนื้อหมูสดๆ สังเกตุจากความสมบูรณ์ของเนื้อ กลิ่นเนื้อไม่มีกลิ่นเน่า สีไม่คล้ำ
    การเตรียมเนื้อหมูปา ให้นำมาล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นนำไปลวกก่อน และ ใช้มีดโกนขูดเอาขนที่หนังออกให้หมด เนื่องจากขนหมูแข็ง ไม่น่ารับประทาน
    เครื่องแกงเผ็ด สำหรับ ทำหมูป่าผัดเผ็ด มีความสำคัญ เนื่องจาก เมนูนี้ต้องมีกลิ่นของเครื่องเทศสมุนไพร ที่แรง เพื่อดับกลิ่นคาวหของหมูป่า
    กระชาย ให้ซอยบางๆ การผัด ให้แบ่งกระชายออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกให้ นำลงไปผัดก่อน ส่วนที่สอง ให้ใส่ลงไปผัด ก่อนจะเสร็จ เนื่องจาก กระชายจะมีกลิ่นหอม แต่ เมื่อโดนความร้อนจะทำให้ กลิ่นและรสของกระชายหายไป เพื่อให้มีกลิ่นของกระชาย ให้แบ่ง ส่วนที่สองของกระชาย จะช่วยให้ มีความหอมของกระชายขึ้นมา
    น้ำตาลให้เลือกใช้น้ำตาลปี๊บ ความหวานของน้ำตาลปี๊บ เหมาะสำหรับอาหารไทย ทุกชนิด
    การผัดใบโหระพา เนื่องจากใบโหระพาให้กลิ่นหอม แต่หากโดนความร้อนนานเกินไป กลิ่นหอมของใบโหระพาจะหมดไป และ เละไม่น่ารับประทาน การใส่ใบโหระพา ให้ใส่ขั้นตอนสุดท้าย ใส่ใบโหระพาลงไปผัด และ ปิดไฟทันที
    ใบมะกรูด ให้เอาส่วนแกนใบออก เนื่องจากส่วนแกนใบมะกรูดให้รสขม ไม่น่ารับประทาน โดยฉีกแกนใบออก และนำผัดอาหารได้
    น้ำมันที่ใช้ในการผัดอาหาร ให้เลือกใช้น้ำมันที่ใหม่ไม่ผ่านการใช้งานมาก่อน น้ำมันเก่าทำให้อาหารมีกลิ่นของอาหารเก่า และ ไม่ดีต่อสุขภาพ
    พริก สำหรับใช้ในการทำเมนูนี้ ใช้ พริกขี้หนูสวน พริกเม็ดใหญ่ และ พริกหยวก เพื่อสีสัน และ รสชาติเผ็ดจัดจ้าน

    เมนูอาหารไทยผัดเผ็ดหมูป่า

    ส่วนผสม

    เนื้อหมูป่านำมาหั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ 1 จาน
    พริกแกงเผ็ด 1 ช้อนโต้ะ
    พริกขี้หนูสวน บดละเอียด 2 ช้อนโต้ะ
    พริกเม็ดใหญ่ หั่นเฉียงๆ 2 เม็ด
    พริกหยวกสีต่างๆ หั่นเฉียงๆ 2-3 เม็ด
    ใบโหระพา 1 หยิบมือ
    ใบมะกรูด หั่นฝอย 1 ช้อนโต้ะ
    พริกไทยอ่อน 2 ช่อ
    กระชายหั่นฝอย 1 เหง้า
    หางกะทิ 2 ช้อนโต้ะ
    น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
    น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต้ะ
    น้ำมันพืช สำหรับผัด 3 ช้อนโต้ะ

     

    วิธีทำ

    เริ่มจากการเตรียมเนื้อหมูป่าก่อน นำมาลวกให้สุก และ ขูดเอาขนที่หนังออก หั่นให้ได้ชื้นขนาดพอดีคำ
    จากนั้นกระทะน้ำมันให้ร้อน ใส่เนื้อหมูป่าลงไปผัด พร้อมกับพริกแกงเผ็ด ผัดจนได้กลิ่นหอมของพริกแกง
    จากนั้นปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และ หางกะทิ
    ใส่ พริกขี้หนูสวน พริกเม็ดใหญ่ และ พริกหยวก ลงไปผัด ตามด้วย พริกไทยอ่อน กระชาย และ ใบมะกรูด ผัดให้ส่วนผสมและสมุนไพร ออกกลิ่นหอม
    ชิมรสชาติให้ได้ตามที่ต้องการ ขั้นตอนสุดท้ายใส่ ใบโหระพา ลงไปผัด ปิดไฟ เสริฟพร้อมรับประทานได้…

  • เมนูอาหารญี่ปุ่นอูด้งสุกี้ยากี้

    เมนูอาหารญี่ปุ่นอูด้งสุกี้ยากี้ สามารถทำกินเองได้

    เมนูอาหารญี่ปุ่นอูด้งสุกี้ยากี้

    เมนูอาหารญี่ปุ่นอูด้งสุกี้ยากี้  เคล็ดลับ การทำอูด้งสุกี้ยากี้เนื้อ  เนื้อวัว ที่ใช้ในการทำ อูด้งสุกี้ยากี้เนื้อวัว ให้ใช้ เนื้อวัว ที่สดใหม่ เนื้อวัวส่วนขาลาย เป็นเนื้อส่วนที่มีเนื้อติดมัน อร่อย
    การลวกเส้นอูด้ง ให้ลวกในน้ำที่เดือดจัด จะได้เส้นที่นุ่มและเหนียว การลวกเส้น เป็น เคล็ดลับของความอร่อยเมนูเส้น

    ส่วนผสม

    เนื้อวัว หั่นเป็นชิ้นบางๆ
    หอมใหญ่ ซอย 1/2 ลูก ( สำหรับหมักเนื้อ )
    ซอสถั่วเหลือง 2 ช้อนโต้ะ ( สำหรับหมักเนื้อ )
    สาเก 1 ช้อนโต้ะ ( สำหรับหมักเนื้อ )
    มิริน 1 ช้อนโต้ะ ( สำหรับหมักเนื้อ )
    น้ำตาล 2 ช้อนโต้ะ ( สำหรับหมักเนื้อ )
    เส้นอูด้ง 2 แพ็ค
    เต้าหู้อ่อน หั่นเป็นชิ้นพอคำ 1 ก้อน
    ต้นหอม ซอย 1 ช้อนชา
    ซุปดาชิ ( Dashi ) 3 ถ้วย
    ซอสถั่วเหลือง 3 ช้อนโต้ะ ( สำหรับน้ำซุป )
    มิริน 2 ช้อนโต้ะ ( สำหรับน้ำซุป )
    สาเก 1 ช้อนโต้ะ ( สำหรับน้ำซุป )
    น้ำตาล 1 ช้อนโต้ะ ( สำหรับน้ำซุป )

    วิธีทำ

    หมักเนื้อวัว ด้วย หอมใหญ่ ซอสถั่วเหลือง สาเก มิริน และ น้ำตาล หมักไว้ข้ามคืนในตู้เย็น
    ต้มน้ำซุป โดยปรุงรสด้วย ซอสถั่วเหลือง มิริน สาเก และ น้ำตาล
    ลวกเส้นอูด้ง ให้สุก จากนั้น ลวกเนื้อวัว หมักวางบนเส้น โรยหน้าด้วย ต้นหอมซอย และ เต้าหู้อ่อน จากนั้นราดน้ำซุป ก็พร้อมรับประทาน…

  • เมนูกะทิต้มข่าหัวปลี

    เมนูกะทิต้มข่าหัวปลี ต้มข่าไก่ ที่มีส่วนผสมของหัวปลี ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

    เมนูกะทิต้มข่าหัวปลี

    เมนูกะทิต้มข่าหัวปลี เคล็ดลับการทำต้มข่าไก่ เมนูต้มข่า การต้มข่า ตะไคร้ และ ใบมะกรูด ในขั้นตอนแรก ให้ใช้ไฟอ่อนๆ ต้มให้ความหอมของสมุนไพร ค่อยๆออกมา หากใช้ไฟแรง ความหอมของสมุนไพรจะออกมาไม่เต็มที่ ไม่น่ารับประทาน
    หัวปลี เทคนิคการเลือกหัวปลี ให้เลือกหัวปลีที่มีขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป
    การล้างหัวปลี เป็นขั้นตอนที่สำคัญ เพราะ หัวปลีมียาง ต้องล้างให้ยางออกให้หมดก่อน จึงจะทำให้หัวปลีไม่ฝาด และ นุ่ม โดย เทคนิคการล้างหัวปลี ให้ เอาน้ำเปล่า ผสม น้ำมะนาว และ เกลือ และ แกว่งสารส้ม นำกาบอ่อนหัวปลีลงไปล้างให้สะอาด ให้ยางออกหมด จากนั้นนำมาล้างให้สะอาด อีกครั้งด้วยน้ำเปล่า จะได้หัวปลีที่เหมาะสำหรับนำมาทำ ต้มข่าหัวปลี
    การเลือกเนื้อไก่ ให้เลือกเนื้อไก่ที่สดๆ โดยวิธีเลือกซื้อเนื้อไก่ที่สด ให้ดูลักษณะของสีของเนื้อไก่ เป็นสีชมพู เนื้อแน่น กดแล้วเด่ง ไม่มีสีเขียวหรือม่วง และ ไม่มีกลิ่นเน่า
    ใบมะกรูด ให้ ฉีกเอาส่วนของแกนใบออก เนื่องจากแกนใบเป็นส่วนที่ให้รสขม ไม่น่ารับประทาน
    น้ำตาล ให้เลือกใช้น้ำตาลปี๊บ ความหวานของน้่ำตาลปี๊บ หวานหอม เหมาะสำหรับทำแกงไทย
    การเลือกกะทิ ให้เลือกใช้น้ำกะทิที่คั้นสด เพราะ ความหอมของกะทิสด มีความอร่อย แตกต่างจาก น้ำกะทิสำเร็จรูป แต่สิ่งที่ต้องระวัง คือ เรื่องการรักษาความสะอาด ของน้ำกะทิ
    การปรุงรสเปรี้ยว ด้วยมะนาว ให้ปรุงในขั้นตอนสุดท้าย ปิดไฟก่อนจึงปรุงรสเปรี้ยว เพราะ หากใส่น้ำมะนาวขณะที่น้ำเดือดๆความร้อนจะเปลี่ยนรสเปรี้ยวดเป็นรสขม
    มะเขือเทศ ให้หั่นด้วยมีดที่คมๆ ล้างไส้มะเขือเทศออกมาด้วย ในการต้มมะเขือสำหรับเมนูต้มข่า ให้ใส่มะเขือในขั้นตอนสุดท้าน เพราะ หากต้มมะเขือเทศนาน มะเขือจะเละ ไม่น่ารับประทาน

    เมนูกะทิต้มข่าหัวปลี

    ส่วนผสม

    เนื้อไก่ หั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ 1 จาน (เนื้อน่อง)
    หัวปลี 1 หัว
    หางกะทิ 2 ถ้วยตวง
    น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
    ข่าอ่อน 1 หัว ซอยบางๆ
    ตะไคร้ 1 ต้น นำมาหั่นเป็นท่อนๆ
    ใบมะกรูด 4 ใบ
    พริกขี้หนูสวน นำมาบดหยาบๆ 1 ช้อนโต้ะ
    ผักชีฝรั่งซอย 1 ต้น
    เห็ดฟาง 5 ดอก นำมาหั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ
    มะเขือเทศ 1 ลูก นำมาหั้นเป็นชิ้น
    น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
    หัวน้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
    ซุปกระดูกไก่ 1 ถ้วยตวง
    พริกทอด 3 เม็ด

    วิธีทำ

    เริ่มจากการเตรียมหัวปลีก่อน โดยนำเอาเฉพาะส่วนกาบอ่อน และ หั่นให้เป็นขั้นขนาดพอดีคำ โดยล้างให้สะอาก ด้วยน้ำเปล่า ผสมเกลือ และ แกว่งสารส้ม ล้างหัวปลี และ ล้างน้ำเปล่าอีกครั้งหนึ่ง
    ตั้งหม้อต้มน้ำ ต้มน้ำซุปให้เดือด จากนั้นอ่อนๆไฟลง ใส่ ข่า ตะไคร้ และ ใบมะกรูด ลงไปต้ม ให้หอม จากนั้นใส่เนื้อไก่ และ กาบอ่อนหัวปลี เห็ดฟาง ลงไป
    ปรุงรสด้วย หัวน้ำปลา และ น้ำตาลปี๊บ ชิมรสชาติให้ขาดเปรี้ยวเอาไว้
    ใส่ หางกะทิ ลงไป ตามด้วย พริกขี้หนูสวน และ มะเขือเทศ หรี่ไปให้อ่อนลง ระวังอย่าให้กะทิแตกมัน
    ปิดไฟ และ ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว โรยหน้าด้วยผักชีฝรั่งและพริกทอด เพียงเท่านี้ก็เสร็จ พร้อมรับประทาน…

  • เมนูแกงจืดเต้าหู้หมูสับ

    เมนูแกงจืดเต้าหู้หมูสับ อร่อย มีประโยชน์

    เมนูแกงจืดเต้าหู้หมูสับ

    เมนูแกงจืดเต้าหู้หมูสับ แกงจืด ความอร่อยอยู่ที่ น้ำซุปกระดูกที่เคี่ยวจนหวาน วิธีทำน้ำซุปหมู โดย ใช้กระดูกส่วนเอียลั้ง ต้มในน้ำเดือด ไฟอ่อนๆ เติมเกลือลงไป เคียวให้นานๆ เกิน 3 ชั่วโมง ยิ่งเคียวนานยิ่งอร่อย แต่การเคี่ยวให้เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ หากไฟแรง น้ำซุปจะขุ่นไม่น่ารับประทาน
    หมูสับหมัก เป็นส่วนประกอบสำคัญของเมนูแกงจืด หมูสับต้องเป็นก้อน และมีรสชาติ การหมักหมู ต้องหมัก ด้วยการนวดหมูให้เข้าเนื้อจึงจะอร่อย
    เต้าหู้อ่อน เป็นวัตถุดิบที่แตกง่าย เราสามารถใส่เต้าหู้อ่อนขั้นตอนสุดท้าย โดยไม่ต้องต้มในหม้อแกงจืดก็ได้
    การโรยกระเทียมมเจียวเพื่อเพิ่มรสชาติและความหอมให้แกงจืด แต่หากไม่ชอบ สามารถไม่ต้องใส่ก็ได้
    ผักตำลึงให้ใช้ใบอ่อน เป็นใบส่วนยอด จะไม่หยาบอร่อยและมีความหอม
    เนื่องจากหมูและแครอทจะสุกยาก ในขณะที่ผักกาดขาวและต้นหอมสุกง่าย ให้ต้มหมูและแครอทให้สุกก่อน และ ใส่ผักกาดขาวและต้นหอมขั้นตอนสุดท้าย จึงจะได้แกงจืดที่ผักสุกพอดี

    เมนูแกงจืดเต้าหู้หมูสับ

    ส่วนผสม

    ผักตำลึง หั่นเป็นท่อนขนาดพอคำ 1 จาน
    คื่นฉ่าย หั่นเป็นท่อน 1 ต้น
    เนื้อหมูสับ 1/2 จาน
    มันหมูบด 3 ช้อนโต้ะ
    กระเทียมสดบด 1 ช้อนโต๊ะ
    พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
    ซอสน้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
    ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต้ะ
    น้ำปลา 1 ช้อนโต้ะ
    เต้าหู้ไข่ 2 ห่อ หั่นเป็นท่อนขนาดพอดีคำ
    แครอทหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 5-6 ชิ้น
    ต้นหอมหั่นเป็นท่อน 1 ต้น
    ผักกาดขาว หั่นให้ขนาดพอดีคำ 1 จาน
    สาหร่ายอบแห้งหั่นให้ได้ขนาดพอดีคำ 5-6 ชิ้น
    กระเทียมเจียว 1 ช้อนชา
    น้ำซุปกระดูกหมู 2 ถ้วย

    เมนูแกงจืดเต้าหู้หมูสับ

    วิธีทำ

    เริ่มจากการปรุงรสหมูหมักก่อน โดย ผสม เนื้อหมูสับ และ มันหมูบด ให้เข้ากัน ปรุงรสด้วย พริกไทย ซอสปรุงรส และ ซอสน้ำมันหอย หมักในตู้เย็น 30 นาที
    จากนั้นเริ่มตั้งหม้อต้ม ต้มน้ำซุป ให้เดือด จากนั้นใส่กระเทียมลงไปต้ม พร้อมด้วยคี่นฉ่าย
    จากนั้น ใส่หมูหมักลงไปต้ม โดยใส่ให้ก้อน ขนาดพอดีคำ ต้มจนหมูสุก
    จากนั้นใส่แครอทลงไปต้ม เมื่อแครอทเริ่มสุก
    ให้ใส่ ผักลงไปต้ม ประกอบด้วยผักกาดขาว ผักตำลึง และ ต้นหอม ต้มสักพัก พอผักเริ่มอ่อน ก็ให้ปิดไฟ
    เสริฟ แกงใส่ชาม และ ใส่ เต้าหู้ไข่ลงไป สาหร่าย และ โรยหน้าด้วยกระเทีมเจียว…

  • เมนูอาหารไทยหอยทอด

    เมนูอาหารไทยหอยทอด เมนููจานด่วน แสนอร่อย

    เมนูอาหารไทยหอยทอด

    เมนูอาหารไทยหอยทอด เคล็ดลับการทำหอยทอด  แป้งหอยทอด ต้องหมักไว้ก่อน 1 คืน ให้แป้งผสมกันและเนื้อเนียน
    ผักสด ต้องนำไปล้างน้ำส้มสายชูก่อนให้สะอาดจากสารเคมี
    หอยให้ใช้หอยที่สดใหม่
    ซอสหอยทอด ใช้ กระเทียม และ พริกสด ให้รสหวานอมเปรี้ยว

    เมนูอาหารไทยหอยทอด

    ส่วนผสม

    แป้งท้าวยายม่อม 3 ถ้วย
    แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วย
    แป้งข้าวเหนียว 1 ถ้วย
    แป้งสาคู 1/2 ถ้วย
    น้ำปูนใส 1 ถ้วย
    หอยนางรม 1 ถ้วย
    พริกไทย 1 ถ้วย
    ต้นหอมซอย 1 ช้อนชา
    ถั่วงอก 1 ถ้วย
    พริกสด 1 กิโลกรัม
    กระเทียม 1 กิโลกรัม
    น้ำตาล 10 ช้อนโต้ะ
    น้ำส้มสายชู 10 ช้อนโต้ะ
    ไข่ไก่ 1 ฟอง

    เมนูอาหารไทยหอยทอด

    วิธีทำ

    เตรียมแป้งทอด โดย ผสม แป้งท้าวยายม่อม แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว และ แป้งสาคู นำมาผสมกัน จากนั้นใส่ พริกไทย ลงไปด้วย เทน้ำและน้ำปูนใสลงไปผสมให้แป้งทั้งหมดละลายเข้ากัน จากนั้นนำไปหมักไว้ 1 คืนในตู้เย็น
    เตรียม น้ำซอส โดย นำกระเทียมมาปั่นใส่น้ำให้ละเอียดจากนั้นนำมาพักไว้ก่อน
    นำพริกสดมาปั่นกับน้ำและคั้นเอาแต่น้ำของพริกสด จากนั้น เอาน้ำกระเทียม น้ำพริกสดคั้น น้ำตาล และ น้ำส้มสาชู มาต้มให้แตกมัน จากนั้นใส่แป้งท้าวยายม้อม 2 ช้อนโต้ะ จะได้ น้ำซอสสำหรับหอยทอด
    เตรียมนำมันให้ร้อน ใส่หอยและแป้งลงไปทอด ให้เป็นแผ่นใส่ไข่ไก่ลงไปด้วย ทอดให้สุกกรอบ 2 ฝั่ง จากนั้นรีดเอาน้ำมันออกไม่ให้มันเกินไป
    นำถั่วงอกลงไปผัด ให้สะดุ้งไฟ ก็เสริฟใส่จาน วางหอยทอดด้านบนถั่วงอก โรยหน้าด้วย พริกไทย และ ต้นหอม ทานคู่กับซอสหอยทอด…