หมวดหมู่: อาหารผลไม้ภาคกลาง

  • สูตรต้มแซ่บปลากะพง

    สูตรต้มแซ่บปลากะพง เนรมิตเมนูปลาอร่อยรสจัดจ้านไร้กลิ่นคาว

    สูตรต้มแซ่บปลากะพง เนรมิตเมนูปลาอร่อยรสจัดจ้านไร้กลิ่นคาว

    สูตรต้มแซ่บปลากะพง เพราะชอบกินปลาสุด ๆ แต่จะให้กินปลาทอดจืดชืดทุกวันคงไม่ไหว เลยขอจัดเมนูต้มแซ่บปลากะพง รสแซ่บจัดจ้าน ซดร้อน ๆ คล่องคอ อร่อยดีไร้กลิ่นคาว

    ใครชอบเมนูปลาเป็นทุนเดิมอยากให้มาลองทำเมนูต้มแซ่บ ปลา อาหารไทยอร่อยรสจัดจ้าน กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำต้มแซ่บปลากะพง ใส่เนื้อปลาเน้น ๆ ต้มกับเครื่องสมุนไพรจนสุก สุดท้ายปรุงรสด้วยพริกป่นกับน้ำปลา ที่ขาดไม่ได้เลยคือ ข้าวคั่ว
    ส่วนผสม ต้มแซ่บปลากะพง

    • เนื้อปลากะพง 300 กรัม
    • เห็ดฟาง (ผ่าครึ่ง) 1 ถ้วย
    • ข่า (หั่นแว่น) 4 แว่น
    • ตะไคร้ (หั่นท่อนทุบ) 2 ต้น
    • ใบมะกรูดฉีก 5 ใบ
    • ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
    • พริกป่น (ตามชอบ)
    • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
    • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
    • ผักชีฝรั่งซอย
    • พริกแห้งทอดกรอบ 3 เม็ด

    วิธีทำต้มแซ่บปลากะพง

    1. ต้มน้ำ ใส่ข่า ตะไคร้ และใบมะกรูดลงไปต้ม รอจนเดือด
    2. ใส่เนื้อปลาลงไป (ไม่ต้องคนเพราะจะทำให้คาว) รอน้ำเดือดอีกครั้ง
    3. ใส่เห็ดฟางลงไปต้มจนเดือด ปิดไฟ
    4. บีบน้ำมะนาวใส่ถ้วย ตามด้วยน้ำปลา ข้าวคั่ว และพริกป่น ตักส่วนผสมต้มแซ่บลงไป คนให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ โรยผักชีฝรั่งและพริกแห้งทอดกรอบ

    แซ่บมากงานนี้กับเมนูต้มแซ่บปลากะพง ใส่เครื่องสมุนไพรจัดเต็ม ปรุงรสจัดจ้านตามชอบ ใครจะดัดแปลงเป็นต้มแซ่บปลาทู ต้มแซ่บปลาช่อน หรือต้มแซ่บปลากระป๋องก็ได้นะคะ  บาคาร่า

  • สูตรปลาแดดเดียวทอด

    สูตรปลาแดดเดียวทอด เมนูปลาทอดหอมอร่อยสด ๆ จากทะเล

    สูตรปลาแดดเดียวทอด หมูแดดเดียวเหนียว ๆ เคี้ยวไม่ค่อยจะออก เปลี่ยนแนวมาลองทำปลาแดดเดียวทอดกรอบ ๆ กินกับข้าวสวยร้อน ๆ อร่อยฟินย่อยง่ายน่าลองทำ

    เมนูแดดเดียว ใคร ๆ ก็ชอบกิน แต่สูตรทำหมูแดดเดียว เนื้อแดดเดียวก็มีเยอะแล้ว กระปุกดอทคอมเลยอยากชวนเพื่อน ๆ มาทำปลาแดดเดียวทอดกรอบกัน สูตรจาก คุณมอแกนน้อย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอมใช้ปลาริวกิวสด ๆ ส่งตรงจากทะเลใต้ มาพร้อมเคล็ดลับเด็ด ตั้งแต่วิธีหมักปลาแดดเดียว วิธีทําปลาตากแห้ง ไปจนถึงวิธีทอดปลาแดดเดียวให้อร่อย ทอดเหลือง ๆ กรอบ ๆ เนื้อข้างในนุ่มฉ่ำ เห็นแล้วน้ำลายไหลเลยทีเดียว
    “ตะโกน้อย” ชวยฝอย อร่อยกับปลาริวกิว โดย คุณมอแกนน้อย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

    2-3 วันที่ผ่านมา ลมยังคงจัด แม้จะมีแดดจ้าทั้งวัน ลมพัดเข้าหาฝั่งตลอดทั้งวันทั้งคืน ลมเช่นนี้ชาวบ้านเรียก “ลมว่าว” ท้องทะเลอ่าวไทย เงียบเหงา เมื่อเริ่มเข้าฤดูปิดอ่าว แต่ทางฝั่งสตูล ท้องทะเลอันดามันยังคงพอมีปลามีกุ้งมีหอยให้ชาวประมงได้จับ เรือลอบปลาเข้าท่าเทียบปากบารา ขนปลาม่อหยองมาหลายร้อยกิโลฯ

    ปลาม่อหยอง เป็นชื่อเรียกในภาษาใต้ ส่วนภาคกลางจะเรียกปลาชนิดนี้ว่า ปลาริวกิว เรียวเซียว ลู่ทู ทูกัง มะยง จัดอยู่ในตระกูล Catfish หรือ ปลากดทะเล ยามที่ตัวเล็ก ๆ ชาวประมงเรียก ทูกัง นิยมนำมาตากแห้งทำเค็ม หรือแกงเทโพอร่อยเด็ด ตัวใหญ่ขึ้นมามีหลายขนาด ขนาดใหญ่มาก ๆ ตัวนึงก็เกือบ 10 กิโลฯ ปลาพวกนี้จะอยู่รวมฝูงกัน ออกหากินช่วงที่น้ำขึ้นไหลเชี่ยว และกินทุกอย่างที่ขวางหน้า เคยใช้ปีกไก่เกี่ยวเบ็ดลงไป ปลาชนิดนี้ก็กิน

    เรือลอบได้ปลามาหลายร้อยกิโลฯ คาดว่าคงเข้าลอบทั้งฝูง เลือกปลาริวกิวตัวขนาด 5 กิโลฯ ไว้ตัวนึง ความสดใช้ได้ ถึงจะไม่สดจัดเหมือนปลาแถวบ้าน แต่ก็ต้องเอามา เพราะเห็นว่าแดดดี แถมพ่วงปลาจวดอวนเรือเล็กสดจัดอีกกะละมัง

    ตะโกน้อย ทำหน้าแหยง ๆ แบบนี้รึป่าว ที่เค้าเรียก “หน้าปลาจวด”

    วิธีเตรียมปลา

    • ปลาริวกิว จะมีความคาวที่เมือกบนลำตัวและเหงือก ต้องล้างด้วยน้ำเกลือ หรือน้ำซาวข้าว จากนั้นแล่ปลาออกเป็นชิ้นเนื้อแบบฟิเล 2 แผ่น
    • ส่วนหัวและเนื้อติดกระดูกจับไปทำแกงส้ม
    • เนื้อปลาเป็นที่แล่เป็นแผ่นแล้ว นำมาบั้งเป็นริ้วให้เป็นเส้น ๆ จากนั้นนำไปแช่น้ำเกลือ 1 ชั่วโมง
    • นำปลาไปตากแบบแดดเดียว ราว ๆ 4 ชั่วโมง อย่าตากมากกว่านั้นเพราะหนังปลาจะเหนียว เนื้อก็จะแข็ง โดยตาก 2 ชั่วโมง พลิกกลับอีกด้าน ตากต่ออีก 2 ชั่วโมง จะนำไปทอดทั้งเส้น หรือตัดเป็นชิ้นแล้วทอด ตามสะดวก
    • ทอดปลาพอผิวเหลือง หนังจะกรอบพอดี  บาคาร่า

  • ประโยชน์ของกล้วย ช่วยเรื่องสุขภาพ มีสรรพคุณมากกว่าที่คิด

    ประโยชน์ของกล้วย ที่สรรพคุณไม่ใช่เรื่องกล้วย ๆ อย่างที่คิด และหากอยากสวยแถมได้สุขภาพดี งานนี้ต้องกินกล้วยจะช่วยได้

    กล้วย เป็นผลไม้ที่ต่างรู้กันดีว่ามีประโยชน์กับร่างกาย แต่เชื่อไหมคะว่า จริง ๆ แล้วประโยชน์ของกล้วยอาจมากกว่าที่เราเคยรู้กันมา และกล้วยยังช่วยได้ทั้งเรื่องสุขภาพ และความสวยความงามเลยทีเดียว เอาล่ะ ! ถ้าอย่างนั้นอย่ารอช้า มาดูประโยชน์ที่น่าทึ่งของกล้วยกันดีกว่า

    1. ช่วยรักษาไมเกรนได้

    อาการปวดหัวไมเกรนเป็นความทรมานสำหรับผู้ป่วยโรคนี้มาก และหากอาการปวดหัวไมเกรนมาเยือนคุณบ่อย ๆ แนะนำให้กินกล้วยไว้คอยช่วยลดอาการปวดหัวได้เลยค่ะ เนื่องจากกล้วยอุดมไปด้วยแมกนีเซียม ที่จะช่วยบรรเทาและป้องกันอาการปวดหัวไมเกรนได้

    2. นอนหลับสบาย แค่กินกล้วย

    กล้วยยังอุดมไปด้วยกรดอะมิโนและทริปโตเฟน สารประกอบสำคัญของการสร้างเซโรโทนินในสมอง ซึ่งเปรียบเสมือนยาระงับประสาทแบบธรรมชาติ ดังนั้นคนที่นอนหลับยากหรือนอนหลับด้วยความกระสับกระส่ายมาตลอด อยากท้าให้ลองกินกล้วยหลังมื้อเย็นดูสักตั้ง

    3. ช่วยเพิ่มพลังกาย

    วิตามินซีมีส่วนสำคัญต่อกระบวนการผลิตพลังงานของร่างกาย และกล้วยเองก็มีวิตามินซีอยู่สูงมาก จึงเป็นคำตอบว่าทำไมกินกล้วยก่อนออกกำลังกายจะช่วยให้อึดมากขึ้น หรือใครรู้สึกอ่อนแรงพอกินกล้วยเข้าไปก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นง่าย ๆ

    4. ลดความเครียดก็ได้

    เมื่อเรารู้สึกเครียดขึ้นมา ความดันเลือดจะพุ่งขึ้นสูงกว่าปกติ ซึ่งกระบวนการก่อความรู้สึกเครียดหรือวิตกกังวลตรงนี้ โพแทสเซียมที่มีอยู่ในกล้วยจะช่วยบรรเทาให้ความดันเลือดกลับเข้าสู่ภาวะสงบได้ ในทางโภชนาการจึงนับว่ากล้วยเป็นยาระงับประสาทแบบธรรมชาติได้อีกทางหนึ่ง

    5. กินกล้วยลดความอ้วนได้ดีขึ้น

    กล้วยมีวิตามิน B1 และ B2 คอยช่วยเร่งการเผาผลาญน้ำตาลและไขมัน อีกทั้งยังมีคาร์โบไฮเดรตชนิดดีต่อร่างกาย มีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ ดังนั้นเมื่อกล้วยตกเข้าไปในระบบย่อยอาหารจึงดูดซับน้ำ พองตัวและช่วยทำให้ท้องรู้สึกอิ่มได้นานขึ้น แถมหากกินกล้วยในตอนเช้ายังช่วยลดความอยากของหวาน ๆ ได้อีกด้วย เพราะความหวานของกล้วยจะเข้าไปเติมเต็มอาการอยากของหวานชนิดต่าง ๆ ที่สำคัญความหวานของกล้วยยังปราศจากแคลอรีอีกด้วยนะคะ

    6. บำรุงหัวใจ

    โพแทสเซียมเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจ บำรุงหัวใจให้แข็งแรงไม่เสี่ยงต่อโรคหัวใจ และอย่างที่บอกสรรพคุณของกล้วยไปในเบื้องต้นว่ากล้วยมีโพแทสเซียมสูงมาก แถมมีโซเดียมน้อย ดังนั้นกล้วยจึงเป็นผลไม้บำรุงหัวใจ และบำรุงระบบหัวใจและหลอดเลือดที่มีประสิทธิภาพค่อนข้างสูง

    7. บำรุงสายตา

    วิตามิน A บวกกับเบต้าแคโรทีน และอัลฟา-แคโรทีนที่มีอยู่ในกล้วย จะช่วยบำรุงสายตาและการมองเห็นได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะป้องกันอาการตาพร่ามัว อาการมองเห็นไม่ชัดเจน เพราะกล้วยจะช่วยบำรุงการทำงานของระบบประสาทตานั่นเองค่ะ

    8. บำรุงกระดูก

    แม้กล้วยจะเป็นผลไม้ที่ไม่มีแคลเซียมเลย แต่ฟรุกโตโอลิโกแซกคาไรด์ (Fructooligosaccharides (FOS)) คาร์โบไฮเดรตที่มีคุณสมบัติเหมือนไฟเบอร์ละลายน้ำได้ตัวนี้ในกล้วย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบขับถ่าย และส่งเสริมให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมจากอาหารที่กินได้มากขึ้น ทำให้ร่างกายได้รับแคลเซียมไปบำรุงกระดูกเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

    9. แก้เมาค้างได้ชะงัด

    จากผลการศึกษาพบว่า ถ้าคุณมีสติพอจะกินกล้วยก่อนเมาหลับสักนิด อาการปวดหัวเพราะเมาค้างอาจไม่เกิดขึ้นกับร่างกายคุณเลยก็ได้ เนื่องจากแร่ธาตุและสารอาหารในกล้วยจะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวได้ แต่ทั้งนี้หากดื่มหนักจนไม่รู้เรื่อง และตื่นเช้าขึ้นมากับอาการเมาค้างอย่างหนัก เคสนี้แนะนำให้ทำสมูทตี้กล้วย ดื่มแก้เมาค้างดีกว่า

    10. แก้อาการท้องผูก

    สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่ายและลำไส้ ปัญหานี้แก้ได้ง่าย ๆ ด้วยการกินกล้วยเป็นประจำค่ะ เนื่องจากกล้วยมีทั้งโพรไบโอติกส์ที่ช่วยผลิตแบคทีเรียชนิดดีต่อลำไส้ และกำจัดแบคทีเรียตัวร้ายต่อลำไส้ออกไป อีกทั้งในกล้วยยังมีฟรุกโตโอลิโกแซกคาไรด์ (Fructooligosaccharides (FOS)) ไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำที่จะช่วยให้ระบบขับถ่ายคล่องตัวขึ้นมาก   บาคาร่า

    นอกจากประโยชน์ของกล้วยกับสุขภาพแล้ว ใครอยากสวยมากไปกว่าที่เป็นอยู่ก็ให้กล้วยช่วยได้นะคะ โดยการนำกล้วยผสมน้ำผึ้งแท้มามาสก์หน้า หรือจะหมักผมด้วยกล้วยก็จะทำให้ผมเงางาม ดูมีน้ำหนักขึ้นด้วย…

  • สูตรพะแนงหมู

    สูตรพะแนงหมู หอมกลิ่นเครื่องแกงตำรับไทย ๆ

    สูตรพะแนงหมู หอมกลิ่นเครื่องแกงตำรับไทย ๆ

    สูตรพะแนงหมู เที่ยงนี้ถ้าคุณอยู่บ้านแล้วไม่รู้ว่าจะทำเมนูรับประทานอะไรดี เราขอแนะนำแกงแบบไทย ๆ หอมเครื่องแกงและกะทิกับเมนูแกงพะแนง ไม่ว่าจะเป็นพะแนงหมู เนื้อ ไก่ก็อร่อย หอมเครื่องแกงผัดผสมกับกะทิจนได้รสชาติกลมกล่อม เผ็ดกำลังดี รับประทานกับข้าวสวยร้อน ๆ อร่อยรับมื้อเที่ยงได้อิ่มท้องดีจริงเชียว

    สิ่งที่ต้องเตรียม

    น้ำมันพืชสำหรับผัด

    น้ำพริกแกงพะแนง 2 ช้อนโต๊ะ

    กะทิ 1 ถ้วย

    เนื้อหมูหั่นเป็นชิ้นบาง 300 กรัม

    ใบมะกรูดฉีกก้านกลาง 3 ใบ

    น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

    น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ

    ใบโหระพา 50 กรัม

    ใบมะกรูดซอย สำหรับแต่ง

    พริกชี้ฟ้าแดงซอย สำหรับแต่ง

    วิธีทำ

    1. ใส่น้ำมันลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน ใส่น้ำพริกแกงพะแนงลงผัดจนหอม เติมกะทิลงผัดจนหอม และแตกมัน

    2. ใส่เนื้อหมูและใบมะกรูดลงผัด ปรุงรสด้วยน้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ ผัดผสมจนเนื้อหมูสุก และน้ำเริ่มข้น ใส่ใบโหระพาลงผัด ยกลงจากเตา ตักใส่จาน โรยด้วยใบมะกรูดซอย และพริกชี้ฟ้าแดงซอย พร้อมรับประทาน

    เสน่ห์แกงไทยอย่างพะแนงหอมกลมกล่อมจะรับประทานมื้อไหนก็อร่อย ลองทำกันดูนะคะ   บาคาร่า

  • สูตรหมูหวาน

    สูตรหมูหวาน อาหารไทยเลิศรส อร่อยน้ำ (ย่อย) เดิน

    สูตรหมูหวาน อาหารไทยเลิศรส

    สูตรหมูหวาน เป็นอีกหนึ่ง อาหารไทย ๆ ที่มีคนนิยมกินเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะคนที่ไม่กินเผ็ดก็มักจะต้องมีหมูหวานจานนี้แหละเป็นเพื่อนคู่กาย โดยเฉพาะใครที่ชอบกินข้าวคลุกกะปิจะขาดหมูหวานไปไม่ได้เลย แต่… ถ้าใครไม่สนิทใจกับกลิ่นของข้าวคลุกกะปิเอาเสียเลย แต่ปากเจ้ากรรมดันปลื้มรสชาติของหมูหวานเกินจะทน วันนี้กระปุกดอทคอมเลยนำสูตรวิธีทำหมูหวานมาฝาก เป็นสูตรหมูหวานสามชั้น หรือจะหมูสามชั้นหวานก็แล้วแต่สะดวกจะเรียก ทำเก็บไว้กินเล่นก็ได้ กินอิ่มก็ดี กินเอาอ้วนก็แน่นอน กินไม่หมดเก็บใส่กล่องแช่ตู้เย็นเอาไว้อ้วนในภายภาคหน้าก็ไม่ว่ากัน

    ส่วนผสม หมูหวาน

    • เนื้อหมูสามชั้น (ส่วนหน้าอก) 1 กก.
    • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
    • น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
    • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
    • น้ำเปล่า
    • น้ำมันปาล์ม (สำหรับทอด)

    วิธีทำ หมูหวาน
    • นำหมูสามชั้นมาแล่เอาหนังหมูออก (เคล็ดลับ : เพื่อให้หมูหวานไม่แข็งและเหนียวจนเคี้ยวยากเกินไป)
    • หั่นเนื้อหมูเป็นชิ้น ๆ หนาประมาณ 1-2 นิ้ว
    • ทอดเนื้อหมูสามชั้นที่หั่นไว้ด้วยไฟแรงจนสุกเหลือง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จากนั้นตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน
    • ใส่น้ำมันปาล์มลงในกระทะอีกใบ (หรือกระทะเดิมแล้วเทน้ำมันเก่าทิ้ง) นำขึ้นตั้งไฟอ่อน ๆ ใส่เนื้อหมูที่ทอดไว้ลงไป
    • ตามด้วยน้ำตาลทรายและน้ำปลา คนผสมไปเรื่อย ๆ จนน้ำตาลทรายละลาย (เคล็ดลับ : ขณะเคี่ยวให้พรมน้ำเปล่าลงไปในกระทะเล็กน้อย เพื่อให้เนื้อหมูนิ่มและไม่แข็งกระด้าง)
    • พอน้ำตาลทรายละลายแล้วใส่น้ำตาลปี๊บลงไป คนผสมจนน้ำตาลปี๊บละลายและซึมเข้าเนื้อหมู
    • ปิดไฟแล้วคนผสมอีกครั้งให้ส่วนผสมน้ำตาลเคลือบชิ้นหมู และพักทิ้งไว้สักครู่ให้ส่วนผสมเซตตัวดี
    • ตักหมูหวานใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

    แจ่บ ๆ เห็นหมูหวานแบบนี้แล้วน้ำ (ย่อย) เดิน ส่วนผสมก็ไม่เยอะ สงสัยได้ฤกษ์หยิบกระทะใบใหม่มาใช้งานสักทีแล้วล่ะ

    วิเตราะบอล

  • สูตรไก่ย่างซอสมะม่วง

    สูตรไก่ย่างซอสมะม่วง สูตรอาหารคาวจากผลไม้ เสกเมนูอร่อยเอาใจคนรักผลไม้

    สูตรไก่ย่างซอสมะม่วง สูตรอาหารคาวจากผลไม้

    สูตรไก่ย่างซอสมะม่วง ไก่ย่างรสจืดชืดไปหน่อย ลองมาราดซอสมะม่วงเก๋ ๆ กันดีไหม ขอนำเสนอเมนูไก่ย่างซอสมะม่วง จับไก่หมักกับซอสสเต๊กและเครื่องปรุงแล้วนำไปย่างจนสุก สุดท้ายราดซอสมะม่วงรสเปรี้ยวหวาน

    ส่วนผสม ไก่ย่าง
    เนื้ออกไก่ (แล่เป็นชิ้นบาง ๆ)
    เกลือป่น
    พริกไทยป่น
    ออริกาโน่
    เนยสด
    กระเทียมปอกเปลือก สับละเอียด
    ซอสสเต๊ก

    ดูบอลออนไลน์

    ส่วนผสม ซอสมะม่วง
    เนื้อมะม่วงสุก หั่นเต๋า
    นมสด
    เกลือป่น
    มะนาว 2 กลีบ

    ส่วนผสม ซัลซ่ามะม่วง
    เนื้อมะม่วง
    ผักชีซอย
    มะเขือเทศ (เอาเม็ดออก) หั่นเต๋า
    มะนาว 2-3 กลีบ
    น้ำตาลทรายเล็กน้อย
    เกลือป่น 1 ช้อนชา
    พริกไทยดำบด

    วิธีทำไก่ย่าง
    1. แล่เนื้อไก่เป็นชิ้นบาง ๆ โรยเกลือป่น พริกไทยป่น และออริกาโน่ให้ทั่วชิ้นไก่ทั้ง 2 ด้าน
    2. ใส่เนยสด กระเทียม และซอสสเต๊กลงในภาชนะสำหรับเข้าไมโครเวฟ แล้วนำเข้าไมโครเวฟสักครู่จนเนยละลายเข้ากันดี ใส่ลงไปผสมกับไก่ที่หมักไว้ คนผสมให้เข้ากัน
    3. นำไก่ที่หมักไว้ไปย่างในกระทะจนสุก ตักใส่จาน เตรียมไว้
    4. ใส่มะม่วงสุก นมสด และเกลือป่นลงในเครื่องปั่น บีบน้ำมะนาวลงไป ปั่นส่วนผสมให้เนียนละเอียด เตรียมไว้ (กลิ่นหอมนมปนมะม่วง มีมะนาวช่วยชูรส)
    5. ผสมเนื้อมะม่วง ผักชีซอย และมะเขือเทศหั่นเต๋าลงในอ่างผสม ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำตาลทราย เกลือป่น และพริกไทยป่น คนผสมให้เข้ากัน
    6. จัดไก่ย่างใส่จาน ราดด้วยซอสมะม่วง และซัลซ่ามะม่วง แต่งให้สวยงาม พร้อมเสิร์ฟ…

  • สูตรยำมะม่วงปลากรอบ

    สูตรยำมะม่วงปลากรอบ สูตรอาหารคาวจากผลไม้ เสกเมนูอร่อยเอาใจคนรักผลไม้

    สูตรยำมะม่วงปลากรอบ สูตรอาหารคาวจากผลไม้

    สูตรยำมะม่วงปลากรอบ วันหยุดมาทำเมนูยำมะม่วงปลากรอบ ใส่มะม่วงขูด กุ้งแห้งป่น และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เคล้ากับน้ำยำใส่หอมแดง เติมความเผ็ดจากพริกขี้หนูสดและพริกป่น

    ส่วนผสม ยำมะม่วงปลากรอบ
    มะม่วงขูดหรือสับ 1 ลูก
    ปลากรอบ 1/2 ถ้วย
    เม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอด 1/4 ถ้วย
    กุ้งแห้งป่นหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
    พริกขี้หนูซอย 10 เม็ด
    พริกขี้หนูแห้งคั่วป่น 1/2 ช้อนชา
    หอมแดงซอย 2 หัว
    น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
    น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
    น้ำมะนาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
    น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำยำมะม่วงปลากรอบ
    1. ใส่น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ น้ำมะนาว และน้ำปลาลงในอ่างผสม คนผสมจนน้ำตาลละลาย
    2. เติมพริกขี้หนูแห้งคั่วป่นกับพริกขี้หนูซอยลงไป คนให้เข้ากันอีกครั้ง
    3. ใส่มะม่วงสับ หอมแดง และกุ้งแห้งป่นลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ
    4. ใส่ปลากรอบกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์ลงไป คลุกเคล้าพอเข้ากัน ตักใส่ภาชนะ

    ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

  • เครปซูชิผลไม้

    เครปซูชิผลไม้ เมนูขนมจากผลไม้ เสิร์ฟของหวานมีประโยชน์อร่อยควรแชร์

    เครปซูชิผลไม้ แค่เห็นภาพเครปซูชิผลไม้ก็อยากทำกินเองเลยเชียว สูตรจาก นิตยสารแม่บ้าน แป้งเครปโกโก้สีดำห่อไส้ผลไม้สด หั่นเป็นชิ้นคล้ายซูชิ เอาล่ะ… คุณแม่เตรียมเข้าครัวได้เลย

    ส่วนผสม

    • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 60 กรัม
    • ผงโกโก้สีดำ 1 ช้อนโต๊ะ
    • ผงฟู 1/2 ช้อนชา
    • ผงวานิลลา 1/2 ช้อนชา
    • น้ำตาลทราย 25 กรัม
    • ไข่ไก่ 1 ฟอง
    • นมสด 300 กรัม
    • เนยสดชนิดเค็ม 15 กรัม
    • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
    • บัตเตอร์เค้ก (หั่นแท่งสี่เหลี่ยม)
    • กีวี (หั่นแท่งสี่เหลี่ยม)
    • สตรอว์เบอร์รี (หั่นชิ้น)
    • มะม่วงสุก (หั่นแท่งสี่เหลี่ยม)
    • วิปปิ้งครีมชนิดหวาน
    • พาร์สลีย์
    • เนยสดชนิดเค็ม (สำหรับทากระทะ)
    • กระทะเทฟลอน
    • เสื่อสำหรับม้วนข้าวญี่ปุ่น

    วิธีทำ

    1. ร่อนแป้งสาลี ผงโกโก้ ผงฟู และผงวานิลลา เข้าด้วยกันลงในอ่างผสม ใส่น้ำตาลทรายกับไข่ไก่ คนพอเข้ากัน พักไว้
    2. ต้มนมสดกับเนยสด คนพอละลาย ยกลง ใส่น้ำมันพืช คนให้เข้ากัน พอส่วนผสมเย็นเทใส่ในส่วนผสมแป้ง คนจนเข้ากันดี นำเข้าแช่เย็นประมาณ 30 นาที
    3. ตั้งกระทะเทฟลอนใช้ไฟกลางค่อนข้างอ่อน ทาเนยสดบาง ๆ พอทั่ว ตักแป้งเครปลงในกระทะ กลอกแป้งให้เป็นแผ่นบาง ทอดจนแป้งสุก คว่ำออกจากกระทะ พักไว้ให้เย็นสนิท
    4. วางแป้งเครปลงบนภาชนะเรียบ ปาดครีมลงไป วางบัตเตอร์เค้ก มะม่วง กีวี และสตรอว์เบอร์รีด้านใดด้านหนึ่ง แล้วม้วนให้เป็นแท่งกลม
    5. วางลงบนเสื่อแล้วกดขนมให้เป็นทรงแท่งสี่เหลี่ยม นำเข้าแช่เย็นจนเซตตัว ตัดเป็นชิ้น แต่งด้วยวิปปิ้งครีมและพาร์สลีย์ จัดเสิร์ฟ

    ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

  • สูตรยำมะม่วงปูม้า

    สูตรยำมะม่วงปูม้า กับแกล้มน้ำลายแตกซ่าน แซ่บที่สุดๆ

    สูตรยำมะม่วงปูม้า แค่นึกก็น้ำลายสอ

    สูตรยำมะม่วงปูม้า เติมความแซ่บยิ่งขึ้นด้วยน้ำยำรสเด็ด เผ็ด แซ่บ ถึงใจ เตรียมสอยมะม่วงสับรอกันได้ แล้วทำตามสูตรด้านล่างนี้เลยค่ะ

    ส่วนผสม

    น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
    น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
    น้ำเชื่อม 1 ช้อนโต๊ะ
    มะม่วงเปรี้ยวสับ 1 ลูก
    พริกขี้หนูซอย ตามชอบ
    หอมแดงซอย
    ปูม้าแช่น้ำปลา 2 ตัว
    คื่นช่าย
    มะม่วงหิมพานต์
    วิธีทำ

    1.ผสมน้ำปลากับน้ำมะนาวในชามผสม เติมน้ำเชื่อมลงไปเล็กน้อย
    2.ใส่มะม่วงสับลงไป ตามด้วยพริกขี้หนูซอย หอมแดงซอย คลุกให้เข้ากัน
    3.แกะกระดองปู แล้วสับให้เป็นชิ้น ใส่ลงไปในชามผสมเลยค่ะ
    4.ใส่คื่นช่าย และมะม่วงหิมพานต์ คลุกเบาๆ ให้น้ำปรุงเข้าเนื้อปู เสร็จแล้วตักใส่จานเสิร์ฟได้เลย

    ขอบคุณแหล่งที่มา https://food.mthai.com

  • สูตรพิซซ่าแตงโม

    สูตรพิซซ่าแตงโม เมนูขนมจากผลไม้ เสิร์ฟของหวานมีประโยชน์อร่อยควรแชร์

    สูตรพิซซ่าแตงโม แม้แตงโมจะมี รสชาติหวานฉ่ำ

    สูตรพิซซ่าแตงโม และกินง่ายสุดในบรรดาผลไม้ แต่เชื่อเถอะต้องมีเด็กร้องอี๋แน่นอน ลองแปลงร่างเป็นขนมสักมื้อสิคะ ขอนำเสนอเมนูพิซซ่าแตงโม สูตรจาก เฟซบุ๊ก Rin Silpachai (#rinscookbook) หั่นแตงโมเป็นสามเหลี่ยม โรยหน้าด้วยผลไม้สด ตบท้ายราดซอสตามชอบ

    ส่วนผสม พิซซ่าแตงโม

    • แตงโม 1 ลูก
    • น้ำผึ้ง (สำหรับทาแตงโมเพื่อให้ผลไม้ยึดติดกับเนื้อแตงโม)
    • ผลไม้สด เช่น ลูกพีช, กีวี, บลูเบอร์รี, ราสป์เบอร์รี, สตรอว์เบอร์รี (ตามชอบ) **ควรเลือกผลไม้หลาย ๆ สีเพื่อความสวยงาม**
    • มะพร้าวขูดฝอย (ใช้แทนชีส)
    • ซอสต่าง ๆ เช่น นมข้นหวาน, ซอสช็อกโกแลต, ซอสสตรอว์เบอร์รี, น้ำผึ้ง (หรืออื่น ๆ ตามชอบ)

    หมายเหตุ : ส่วนผสมทั้งหมดสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบ

    วิธีทำพิซซ่าแตงโม

    1. ผ่าครึ่งแตงโมแล้วสไลซ์ตามแนวให้เป็นแว่น ๆ หนาประมาณ 1-1 + 1/2 นิ้ว
    2. ตัดแบ่งแตงโมออกเป็นชิ้นสามเหลี่ยมจำนวน 8 ชิ้น (เหมือนพิซซ่า)
    3. ราดน้ำผึ้งหรือซอสอื่น ๆ ตามชอบ แล้วทาให้ทั่วผิวแตงโม
    4. โรยมะพร้าวขูดลงไปให้ทั่ว (ให้คล้าย ๆ กับการโรยชีส) ตามด้วยผลไม้สดที่เราเตรียมไว้ แต่งให้สวยงามตามชอบ
    5. นำไปแช่ตู้เย็น ก่อนเสิร์ฟราดด้วยซอสที่ชอบ

    ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com