หมวดหมู่: อาหารผลไม้ภาคใต้

  • เมนูกะทิต้มข่าหัวปลี

    เมนูกะทิต้มข่าหัวปลี ต้มข่าไก่ ที่มีส่วนผสมของหัวปลี ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

    เมนูกะทิต้มข่าหัวปลี

    เมนูกะทิต้มข่าหัวปลี เคล็ดลับการทำต้มข่าไก่ เมนูต้มข่า การต้มข่า ตะไคร้ และ ใบมะกรูด ในขั้นตอนแรก ให้ใช้ไฟอ่อนๆ ต้มให้ความหอมของสมุนไพร ค่อยๆออกมา หากใช้ไฟแรง ความหอมของสมุนไพรจะออกมาไม่เต็มที่ ไม่น่ารับประทาน
    หัวปลี เทคนิคการเลือกหัวปลี ให้เลือกหัวปลีที่มีขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป
    การล้างหัวปลี เป็นขั้นตอนที่สำคัญ เพราะ หัวปลีมียาง ต้องล้างให้ยางออกให้หมดก่อน จึงจะทำให้หัวปลีไม่ฝาด และ นุ่ม โดย เทคนิคการล้างหัวปลี ให้ เอาน้ำเปล่า ผสม น้ำมะนาว และ เกลือ และ แกว่งสารส้ม นำกาบอ่อนหัวปลีลงไปล้างให้สะอาด ให้ยางออกหมด จากนั้นนำมาล้างให้สะอาด อีกครั้งด้วยน้ำเปล่า จะได้หัวปลีที่เหมาะสำหรับนำมาทำ ต้มข่าหัวปลี
    การเลือกเนื้อไก่ ให้เลือกเนื้อไก่ที่สดๆ โดยวิธีเลือกซื้อเนื้อไก่ที่สด ให้ดูลักษณะของสีของเนื้อไก่ เป็นสีชมพู เนื้อแน่น กดแล้วเด่ง ไม่มีสีเขียวหรือม่วง และ ไม่มีกลิ่นเน่า
    ใบมะกรูด ให้ ฉีกเอาส่วนของแกนใบออก เนื่องจากแกนใบเป็นส่วนที่ให้รสขม ไม่น่ารับประทาน
    น้ำตาล ให้เลือกใช้น้ำตาลปี๊บ ความหวานของน้่ำตาลปี๊บ หวานหอม เหมาะสำหรับทำแกงไทย
    การเลือกกะทิ ให้เลือกใช้น้ำกะทิที่คั้นสด เพราะ ความหอมของกะทิสด มีความอร่อย แตกต่างจาก น้ำกะทิสำเร็จรูป แต่สิ่งที่ต้องระวัง คือ เรื่องการรักษาความสะอาด ของน้ำกะทิ
    การปรุงรสเปรี้ยว ด้วยมะนาว ให้ปรุงในขั้นตอนสุดท้าย ปิดไฟก่อนจึงปรุงรสเปรี้ยว เพราะ หากใส่น้ำมะนาวขณะที่น้ำเดือดๆความร้อนจะเปลี่ยนรสเปรี้ยวดเป็นรสขม
    มะเขือเทศ ให้หั่นด้วยมีดที่คมๆ ล้างไส้มะเขือเทศออกมาด้วย ในการต้มมะเขือสำหรับเมนูต้มข่า ให้ใส่มะเขือในขั้นตอนสุดท้าน เพราะ หากต้มมะเขือเทศนาน มะเขือจะเละ ไม่น่ารับประทาน

    เมนูกะทิต้มข่าหัวปลี

    ส่วนผสม

    เนื้อไก่ หั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ 1 จาน (เนื้อน่อง)
    หัวปลี 1 หัว
    หางกะทิ 2 ถ้วยตวง
    น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
    ข่าอ่อน 1 หัว ซอยบางๆ
    ตะไคร้ 1 ต้น นำมาหั่นเป็นท่อนๆ
    ใบมะกรูด 4 ใบ
    พริกขี้หนูสวน นำมาบดหยาบๆ 1 ช้อนโต้ะ
    ผักชีฝรั่งซอย 1 ต้น
    เห็ดฟาง 5 ดอก นำมาหั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ
    มะเขือเทศ 1 ลูก นำมาหั้นเป็นชิ้น
    น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
    หัวน้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
    ซุปกระดูกไก่ 1 ถ้วยตวง
    พริกทอด 3 เม็ด

    วิธีทำ

    เริ่มจากการเตรียมหัวปลีก่อน โดยนำเอาเฉพาะส่วนกาบอ่อน และ หั่นให้เป็นขั้นขนาดพอดีคำ โดยล้างให้สะอาก ด้วยน้ำเปล่า ผสมเกลือ และ แกว่งสารส้ม ล้างหัวปลี และ ล้างน้ำเปล่าอีกครั้งหนึ่ง
    ตั้งหม้อต้มน้ำ ต้มน้ำซุปให้เดือด จากนั้นอ่อนๆไฟลง ใส่ ข่า ตะไคร้ และ ใบมะกรูด ลงไปต้ม ให้หอม จากนั้นใส่เนื้อไก่ และ กาบอ่อนหัวปลี เห็ดฟาง ลงไป
    ปรุงรสด้วย หัวน้ำปลา และ น้ำตาลปี๊บ ชิมรสชาติให้ขาดเปรี้ยวเอาไว้
    ใส่ หางกะทิ ลงไป ตามด้วย พริกขี้หนูสวน และ มะเขือเทศ หรี่ไปให้อ่อนลง ระวังอย่าให้กะทิแตกมัน
    ปิดไฟ และ ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว โรยหน้าด้วยผักชีฝรั่งและพริกทอด เพียงเท่านี้ก็เสร็จ พร้อมรับประทาน…

  • ต้มส้มปลาหมึกสูตรแม่มณี

    ต้มส้มปลาหมึกสูตรแม่มณี ปลาหมึกต้องเลือกใช้ปลาหมึกสดๆ ขนาดพอดี ไม่ใหญ่ หรือ เล็กเกินไป

    ต้มส้มปลาหมึกสูตรแม่มณี

    ต้มส้มปลาหมึกสูตรแม่มณี ปลาหมึก แหล่งโปรตีนที่มีแร่ธาตุมากมาย ไม่น้อยเลยทีเดียวแต่ก็มีคาร์โบไฮเดรด และคอเลสตอรอลอยู่ด้วยเช่นกัน จึงไม่ควรทานบ่อยๆ หรือไม่ควรทานในปริมาณมาก ๆ อาจทำให้คอเลสตอรัลขึ้นสูงได้ ทานอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง กำลังพอเหมาะค่ะ

    เคล็ดลับ  ปลาหมึกต้องเลือกใช้ปลาหมึกสดๆ ขนาดพอดี ไม่ใหญ่ หรือ เล็กเกินไป เทคนิคการเลือกปลาหมึกสดๆ คือ เลือกปลาหมึกที่เนื้อขาว ลักษณะของเนื้อแน่น เด้งตึง น้ำแช่ปลาหมึกใส ลักษณะของปลาหมึกสมบรูณ์ ไม่มีกลิ่นเน่า หรือ สีผิดปรกติ
    การเตรียมปลาหมึก ให้ล้างปลาหมึกให้สะอาด ล้างหลายๆน้ำ เอากระดอง และ หมึกออก หากไม่เอาออก น้ำแกงจะเป็นสีดำ ไม่น่ารับประทาน


    การปรุงอาหารด้วยปลาหมึก เนื่องจากเนื้อปลาหมึกหากสุกเกินไป จะทำให้เนื้อแข็งกระด้าง และ ไม่หวาน การทำอาหารที่มีปลาหมึก ต้องให้ปลาหมึกสุกพอดี โดยสำหรับเมนูนี้ ให้ใส่ปลาหมึกขั้นตอนสุดท้าย เพื่อที่เราจะสามารถกะประมาณความสุขของเนื้อปลาหมึกได้อย่างพอดี
    เสน่ห์ของต้มส้มปลาหมึก ต้องได้ความหวานของน้ำแกงจากปลาหมึกด้วย ดังนั้นจึงไม่ควรลวกน้ำปลาหมึกทิ้ง ให้ใส่ปลาหมึกลงในแกง ให้คลายความหวานของเนื้อปลาหมึกเองเลย
    ใบมะกรูด แกนใบจะให้รสขม ดังนั้นให้ฉีกใบเอาแกนใบออกก่อนนำมาต้มแกง
    การต้มสมุนไพรขั้นตอนแรกสำคัญ ต้องใช้น้ำเดือด และ ไฟอ่อน ให้สมุนไพร ค่อยๆคลายความหอม จากน้ำมันหอมระเหยของตัวสมุนไพร อย่าง ข่า ตะไตร้ และ ใบมะกรูด หากเราใช้ไฟแรงเลย น้ำมันหอมระเหยจะระเหยจนทำให้น้ำแกงไม่มีรสหอมจากสมุนไพรเลย เสียรสชาติของอาหาร
    รสเปรี้ยวของเมนูนี้ จะได้ความเปรี้ยวจากใบมะขามอ่อน หากความเปรี้ยวไม่พอ ให้เลือกเพิ่มความเปรี้ยวจากน้ำมะขามเปียก

    ส่วนผสม

    ปลาหมึกกล้วย 4 ตัว หั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ
    ข่า 1 หัว หั่นเป็นแผ่นหนาๆ
    ตะไคร้ 1 ต้น
    หอมหัวแดง 5 หัวบุบพอแตก
    ใบมะกรูด 6 ใบ
    พริกขี้หนูสวน 10 เม็ดบุบพอแตก
    ใบมะขามอ่อน 1 กำมือ
    น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
    น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต้ะ
    น้ำเปล่า 2 ถ้วย
    ต้นหอมซอบหยาบๆ 1 ต้น
    ผักชีฝรั่ง 1 ต้น ซอยหยาบๆ

    วิธีทำ

    เริ่มจากเตรียมเครื่องสำหรับทำต้มส้มให้พร้อมก่อน โดยเฉพาะ ปลาหมึก ต้องล้างให้สะอาด เพื่อไม่ให้คาว
    เริ่มทำโดย ตั้งหม้อต้มน้ำเปล่าให้เดือด จากนั้นเมื่อน้ำเดือด ให้ลดไปเป็นไฟอ่อนๆ ใส่ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และ หอมแดงลงไปต้ม ค่อยๆต้มด้วยไฟอ่อนให้หอม
    จากนนั้นใส่ใบมะขามอ่อนลงไป และ ปรุงรสด้วย น้ำปลา พริกขี้หนูสวน และ น้ำตาลทราย เมื่อได้รสชาติกลมกล่อม
    ให้ใส่ปลาหมึกลงไปต้ม ไม่ต้องต้มนาน เดี๋ยวปลาหมึกแห้งและแข็ง เมื่อปลาหมึกได้ที่ จึงปิดไฟ และ ใส่ต้นหอมและผักชีฝรั่ง

    ปลาหมึกเป็นอาหารทะเล และ ในอาหารทะเลมีไอโอดีนอยู่สูงถึง 54 ไมโครกรัมต่ออาหารที่กินได้ 100 กรัม ถึงแม้ว่าธาตุไอโอดีนจะเป็นธาตุที่ร่างกายต้องการน้อยมาก แต่หากได้รับไม่เพียงพอจะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาอย่างมากมายทีเดียว ซึ่งโรคที่เกิดจากการขาดสารไอโอดีน เช่น โรคคอหอยพอก สมองทำงานไม่ปกติ พัฒนาการ และการเรียนรู้ช้า และหากในขณะตั้งครรภ์ คุณแม่ได้รับไอโอดีนน้อยเกินไป ลูกในท้องก็อาจจะเติบโตช้า และเสี่ยงต่อภาวะพิการ…

  • แสร้งว่ากุ้งสูตรเด็ด

    แสร้งว่ากุ้งสูตรเด็ด เปิดตับหรับ อาหารไทย ชาววัง

    แสร้งว่ากุ้งสูตรเด็ด

    แสร้งว่ากุ้งสูตรเด็ด กุ้งแม่น้ำ ให้เลือกกุ้งตัวโตๆหน่อย จะได้เนื้อมากๆ และ เลือกกุ้งที่สดใหม่ โดย เทคนิคการเลือกกุ้ง ให้เลือกกุ้งที่มีความสมบรูณ์ เปลือกไม่หลุดจากตัว หัวไม่หลุด เนื้อแน่น และ ไม่มีกลุ่นเน่า
    เทคนิคการทำอาหารประเภทกุ้ง เนื่องจากเนื้อกุ้ง หากทำให้สุกเกินไป เนื้อกุ้งจะแข็งกระด้าง ไม่น่ารับประทาน การทำเนื้อกุ้ง ให้ย่างให้สุกพอประมาณ ไม่ให้กุ้งสุกเกินไป
    เนื้อกุ้งให้หั่นให้มีขนาดพอดีคำ เพื่อความสะดวกในการรับประทาน
    สำหรับคนที่ไม่ชอบกินเผ็ด สามารถเอาพริกออกจากส่วนผสมได้
    ใบมะกรูด ส่วนแกนใบเป็นส่วนที่มีรสขม ให้นำแกนใบออกก่อน และ ส่วนเนื้อใบมะกรูด เป็นส่วนที่ให้กลิ่นหอม ให้นำมาซอยให้ออกกลิ่นหอม
    รสชาติของน้ำยำ เมนูนี้ จะ หอม หวาน เค็ม เปรี้ยว และ อ่อนเผ็ด

    แสร้งว่ากุ้งสูตรเด็ด

    ส่วนผสม

    กุ้งแม่น้ำ 3-4 ตัว
    ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต้ะ
    หอมแดงซอย 2 ช้อนโต้ะ
    พริกขี้หนูสวน 2 ช้อนโต้ะ ซอยเฉียงๆ
    ใบมะกรูดซอย 2 ช้อยนโต้ะ
    ขิงซอย 2 ช้อนโต้ะ
    น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต้ะ
    น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต้ะ
    น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
    น้ำมะนาว 2 ช้อนโต้ะ

    วิธีทำ

    เริ่มจากการนำกุ้งแม่น้ำ ไปย่างให้สุก จากนั้นแกะเปลือก และ นำเนื้อกุ้งมาหั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ
    เตรียมปรุงน้ำยำ โดย ใส่ น้ำพริกเผา น้ำปลา น้ำตาลทราย และ น้ำมะนาว ให้ส่วนผสมละลายเข้ากัน
    ใส่ เนื้อกุ้งย่าง ขิง ตะไคร้ ใบมะกรูด พริกขี้หนูสวน และ เนื้อกุ้ง นำมาคลุกเคล้ากับน้ำยำให้ส่วนผสมเข้ากัน
    เสริฟ ยำใส่จาน จัดหน้าให้สวยงาม พร้อมรับประทาน…

  • พล่าหนวดปลาหมึกสูตรละมุนลิ้น

    พล่าหนวดปลาหมึกสูตรละมุนลิ้น เมนูกับแกล้มชั้นดี แบ่งปันสูตรแบ่งปันความอร่อย

    พล่าหนวดปลาหมึกสูตรละมุนลิ้น  หนวดปลาหมึกที่สดใหม่  เนื้อแน่น อร่อย หวาน

    พล่าหนวดปลาหมึกสูตรละมุนลิ้น  หนวดปลาหมึก ต้องใช้ หนวดปลาหมึกที่สดใหม่ จะทำให้ได้ หนวดปลาหมึก ที่อร่อย หวาน เนื้อแน่น
    การเตรียมอาหารสำคัญ การล้างหนวดปลาหมึก ต้องล้างให้สะอาด อย่าให้เหลือเมือกของปลาหมึก เนื่องจากจะทำให้คาว
    การลวกหนวดปลาหมึก นั้นให้ใช้น้ำเดือดจัด ลวกไม่ต้องนาน เนื่องจากหากลวกนาน หนวดปลาหมึกจะแข็ง และเหนียว ไม่อร่อย

  • สูตรแกงส้มปลากระบอก

    สูตรแกงส้มปลากระบอก สูตรอาหารใต้ รสเด็ดเผ็ดร้อนโดนใจวัยแซ่บ

    สูตรแกงส้มปลากระบอก  อาหารใต้รสชาติถึงใจ สูตรจาก หนังสือ หร๊อยข๋าดอาห๊ารใต้ ครัวหนังตะลุง น่ากินขนาดนี้ เห็นทีต้องทำหม้อโตจะได้กินได้หลาย ๆ มื้อ

    ส่วนผสม แกงส้มปลากระบอก

    • เครื่องแกงส้มที่โขลกแล้ว (ขมิ้น พริกขี้หนู หอมแดง กระเทียม เกลือ และกะปิอย่างดี) 1 ช้อนโต๊ะ
    • เนื้อปลากระบอก (หั่นเป็นชิ้นพอคำและลวกสุก)
    • ผักสด เช่น ยอดมะพร้าว ผักขี้หนู หน่อไม้ดอง และอ้อดิบ)
    • น้ำตาลปี๊บ
    • น้ำปลา
    • น้ำมะนาวสด

    วิธีทำแกงส้มปลากระบอก

    • 1. ต้มน้ำให้เดือด ใส่เครื่องแกงลงไป

    • 2. ใส่ผักลงไป พอผักสุก ใส่เนื้อปลากระบอกลงไป รอจนเดือด ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และน้ำมะนาวสด พร้อมเสิร์ฟ

    บาคาร่า

  • สูตรแกงคั่วเห็ดเผาะ

    สูตรแกงคั่วเห็ดเผาะ เมนูแกงกะทิ กับข้าวง่าย ๆ หอมอร่อยยกหม้อ

    สูตรแกงคั่วเห็ดเผาะ เมนูแกงกะทิ

    สูตรแกงคั่วเห็ดเผาะ เห็ดเผาะซื้อมาเยอะแยะเอาไปต้มกินเพียว ๆ ก็จืดชืด ลองแบ่งมาทำเมนูแกงคั่วเห็ดเผาะดีกว่า สูตรนี้เพิ่มความหอมจากชะอมและใบมะกรูด ยิ่งถ้าได้เหาะเผาะอ่อน ๆ เคี้ยวน้ำเห็ดทะลักฟินสุด ๆ ไปเลยจ้า

    ส่วนผสม แกงคั่วเห็ดเผาะ

    • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
    • น้ำพริกแกงคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
    • กะทิ 500 กรัม
    • ใบมะกรูดหั่นฝอย
    • เห็ดเผาะ
    • น้ำตาลปี๊บ (ปรุงรส)
    • น้ำปลา (ปรุงรส)
    • เนื้อย่าง (เนื้อหมู หรือเนื้อกุ้ง)
    • ชะอมเด็ด 1 กำ

    วิธีทำแกงคั่วเห็ดเผาะ

    • 1. ผัดน้ำพริกแกงกับน้ำมันพืชในกระทะจนหอม

    • 2. ใส่กะทิ ใบมะกรูดหั่นฝอย และเห็ดเผาะลงไปผัดให้เข้ากัน

    • 3. ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บกับน้ำปลา ชิมรสตามชอบใจ

    • 4. ใส่เนื้อย่างลงไป ตามด้วยชะอม คลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ

    บาคาร่า

  • สูตรแกงเหลืองมะละกอกุ้ง

    สูตรแกงเหลืองมะละกอกุ้ง สูตรอาหารใต้ รสเด็ดเผ็ดร้อนโดนใจวัยแซ่บ

    สูตรแกงเหลืองมะละกอกุ้ง ใครอยากกินแกงเหลืองมะละกอกุ้งแบบกุ้งเน้น ๆ ต้องทำเองเท่านั้น ขอแนะนำสูตรจากเฟซบุ๊ก Icook Bykucook สูตรนี้จับกุ้งแม่น้ำตัวโตลงไปต้มกับน้ำพริกแกงใต้และมะละกอ อูย… น่าลอง

    ส่วนผสม แกงเหลืองมะละกอกุ้ง

    • น้ำพริกแกงใต้ 100 กรัม
    • น้ำเปล่า
    • มะละกอดิบ (หั่นเป็นชิ้น) 300 กรัม
    • น้ำมะขามเปียก
    • น้ำตาลทราย
    • กุ้งแม่น้ำ 1-2 ตัว (หรือกุ้งแชบ๊วย)

    วิธีทำแกงเหลืองมะละกอกุ้ง

    • 1. ใส่น้ำพริกแกงใต้และมะละกอลงในหม้อ เติมน้ำเปล่าลงไป (กะพอให้ท่วมมะละกอ) คนให้น้ำพริกละลายแล้วเปิดไฟต้ม

    • 2. ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียกและน้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ

    • 3. พอส่วนผสมเดือดแล้วใส่กุ้งลงไปต้มจนสุก ชิมรสอีกครั้ง ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ

    บาคาร่า

  • สูตรข้าวยำ

    สูตรข้าวยำ สูตรอาหารใต้ รสเด็ดเผ็ดร้อนโดนใจวัยแซ่บ

    สูตรข้าวยำ น้อยคนนักจะรู้จักเมนูข้าวยำที่เต็มไปด้วยผักและ สมุนไพรเพื่อสุขภาพมากมาย ราดน้ำบูดูลงไปคลุกให้เข้ากัน สูตรจาก คุณ pongsj สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม อยากรู้ว่าเด็ดแค่ไหนต้องพิสูจน์ค่ะ

    ส่วนผสมข้าวยำ

    • กุ้งแห้งป่น
    • เส้นหมี่ขาว
    • ซีอิ๊วดำ
    • ข้าวตังทอด
    • มะพร้าวคั่ว
    • มะนาว หรือ มะม่วงเปรี้ยว
    • พริกป่น
    • น้ำข้าวยำสำเร็จรูป (ตุ๊ดขี้เกียจทำเลยซื้อแบบสำเร็จ ส่วนมากจะใช้น้ำข้าวยำร้านสินอดุลยพันธ์จากสงขลา แต่ร้านข้าวยำทางเลือกตลาดหลังการบินไทยก็ใช้ได้อยู่นะฮะ)
    • ข้าวสวยหุงสุกเม็ดเรียงสวย
    • ผักต่าง ๆ เช่น ถั่วฝักยาวซอย, ถั่วพูซอย, ตะไคร้ซอย, ใบมะกรูดซอย, ใบบัวบกซอย, ใบชะพลูซอย, ถั่วงอกเด็ดหาง, ส้มโอแกะเป็นกลีบดอกไม้พวงชมพู หรือ ดอกดาหลา หรือ ดอกชมพู่มะเหมี่ยว, แตงกวาหั่นแว่น

    วิธีทำข้าวยำ

    • 1. นำกุ้งแห้งมาตำให้ละเอียดและฟู (หรือใส่เครื่องปั่นพอหยาบ ๆ)

    • 2. นำเส้นหมี่ขาวไปผัด ใส่ซีอิ๊วดำหวานลงไป ปรุงรสแค่พอเค็ม ๆ หวาน ๆ ผัดให้มันเส้นไม่ติดกันก็พอ

    • 3. บิข้าวตังทอดเป็นเศษ ๆ ไว้

    • 4. คั่วมะพร้าวด้วยไฟอ่อน ๆ ให้มีสีเหลืองทอง (หมั่นดูและคนบ่อย ๆ นะฮะ มันไหม้ง่าย)

    • 5. ตักข้าวใส่จาน (ปริมาณไม่ต้องเยอะ สักทัพพีน้อย ๆ ก็พอ) หยิบผักอย่างละนิดละหน่อยเรียงให้พอดี จากนั้นโรยกุ้งแห้ง เส้นหมี่ ใส่มะพร้าวคั่ว (ตุ๊ดชอบใส่เยอะ ๆ รสนัวดี) น้ำข้าวยำสัก 2-3 ช้อน ชิมรสตามชอบ ถ้ารสอ่อนก็ค่อยเติม บีบมะนาว โรยพริกป่น คลุกให้ทั่ว   บาคาร่า

  • สูตรผัดสะตอ

    สูตรผัดสะตอ สูตรอาหารใต้ รสเด็ดเผ็ดร้อนโดนใจวัยแซ่บ

    สูตรผัดสะตอ สูตรอาหารใต้

    สูตรผัดสะตอ ถ้าผัดสะตอทั่วไปรสชาติเผ็ดแซ่บเกินไปสำหรับคนไม่ชอบอาหารรสจัด ลองเปลี่ยนมาทำเมนูผัดสะตอ 3 รส สูตรจาก คุณสมาชิกหมายเลข 2228164 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ได้นะคะ อร่อยเหมือนกันเลย

    ส่วนผสม ผัดสะตอสามรส

    • น้ำพริกแกง
    • เนื้อไก่
    • น้ำเปล่า
    • กุ้ง
    • น้ำตาลปี๊บ
    • น้ำปลา
    • น้ำมะขามเปียก
    • สะตอ
    • พริกหนุ่ม หรือพริกหยวกหั่น
    • หอมใหญ่ (หั่นเต๋า)
    • น้ำมันพืช (สำหรับผัด)

    ส่วนผสม น้ำพริกแกง

    • พริกแห้งเม็ดใหญ่ (แกะเม็ดออกแช่น้ำให้นุ่ม)
    • หอมแดง
    • กระเทียม
    • กะปิ
    • เกลือ

    วิธีทำน้ำพริกแกง

    • 1. นำส่วนผสมน้ำพริกแกงทั้งหมดมาโขลกหรือปั่นให้ละเอียด เตรียมไว้

    วิธีทำผัดสะตอ

    • 1. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืชลงไป พอร้อนใส่น้ำพริกแกงลงไปผัดให้หอม

    • 2. ใส่เนื้อไก่ลงไปผัดให้เข้ากัน เติมน้ำลงไปเล็กน้อย จากนั้นใส่กุ้งลงไปผัด

    • 3. ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และน้ำมะขามเปียกตามชอบ ชิมรสให้เป็นสามรส

    • 4. ใส่สะตอลงไปผัด พอสะตอใกล้จะสุก ใส่พริกหนุ่มและหอมใหญ่ลงไปผัดประมาณ 2 นาที ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ

    บาคาร่า

  • สูตรผัดสะตอสามรส

    สูตรผัดสะตอสามรส สูตรอาหารใต้ รสเด็ดเผ็ดร้อนโดนใจวัยแซ่บ

    สูตรผัดสะตอสามรส สูตรอาหารใต้

    สูตรผัดสะตอสามรส ถ้าผัดสะตอทั่วไปรสชาติเผ็ดแซ่บเกินไปสำหรับคนไม่ชอบอาหารรสจัด ลองเปลี่ยนมาทำเมนูผัดสะตอ 3 รส สูตรจาก คุณสมาชิกหมายเลข 2228164 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ได้นะคะ อร่อยเหมือนกันเลย

    ส่วนผสม ผัดสะตอสามรส

    • น้ำพริกแกง
    • เนื้อไก่
    • น้ำเปล่า
    • กุ้ง
    • น้ำตาลปี๊บ
    • น้ำปลา
    • น้ำมะขามเปียก
    • สะตอ
    • พริกหนุ่ม หรือพริกหยวกหั่น
    • หอมใหญ่ (หั่นเต๋า)
    • น้ำมันพืช (สำหรับผัด)

    ส่วนผสม น้ำพริกแกง

    • พริกแห้งเม็ดใหญ่ (แกะเม็ดออกแช่น้ำให้นุ่ม)
    • หอมแดง
    • กระเทียม
    • กะปิ
    • เกลือ

    คาสิโนออนไลน์

    วิธีทำน้ำพริกแกง

    • 1. นำส่วนผสมน้ำพริกแกงทั้งหมดมาโขลกหรือปั่นให้ละเอียด เตรียมไว้

    วิธีทำผัดสะตอ

    • 1. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืชลงไป พอร้อนใส่น้ำพริกแกงลงไปผัดให้หอม

    • 2. ใส่เนื้อไก่ลงไปผัดให้เข้ากัน เติมน้ำลงไปเล็กน้อย จากนั้นใส่กุ้งลงไปผัด

    • 3. ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และน้ำมะขามเปียกตามชอบ ชิมรสให้เป็นสามรส

    • 4. ใส่สะตอลงไปผัด พอสะตอใกล้จะสุก ใส่พริกหนุ่มและหอมใหญ่ลงไปผัดประมาณ 2 นาที ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ…